“อืม เหตุใดถึงไม่มีใครพูดเลยเล่า?”
เฉ็ดเฉ็ดค่อย ๆ เดินไปตรงหน้าพวกขุนนางตรวจการ บนใบหน้าแต่งแต้มรอยยิ้มไร้เดียงสา น่ารัก และสดใส
“ฮิ ๆ ดูพวกท่านสิ ปิดปากกันสนิทเชียว ในเมื่อไม่ยอมสารภาพตามตรง เช่นนั้นก็ให้องค์หญิงพูดก่อนแล้วกัน”
เหล่าขุนนางตรวจการ: Σ(ŎдŎ|||)ノノ
ลางสังหรณ์ไม่ดีพลันผุดขึ้นในใจ
ส่วนขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ที่เหลือ ต่างก็เบิกตาเป็นประกาย รู้สึกว่าคงมีเรื่องสนุกให้ชมเป็นแน่
อ๋องสงครามกับจักรพรรดิอู่เหวินตี้บนบัลลังก์มังกรสบตากัน รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏในดวงตาของสองพ่อลูก
เฉ็ดเฉ็ดอยากหาเรื่องสนุกเล่น ก็ปล่อยให้นางเล่นไปเถิด
เฉ็ดเฉ็ดหมายตาขุนนางใหญ่ที่สุดของสำนักตรวจการเป็นคนแรก “เจ้า เงยหน้าขึ้น”
เฉิงหรงฮุยตัวแข็งทื่อ เขาไม่อยากเงยหน้า แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งขององค์หญิงน้อย
เขาฝืนยิ้มอย่างที่ตนคิดว่าเปี่ยมเมตตาให้เฉ็ดเฉ็ด “กระหม่อมคำนับองค์หญิงน้อย ขอองค์หญิงทรงพระเจริญพันปี พันปี พันพันปี”
“สวรรค์ อย่ายิ้มเลยเถิด”
เฉ็ดเฉ็ดสะดุ้งตกใจขึ้นมาทันที จะบรรยายรอยยิ้มของเฉิงหรงฮุยอย่างไรดี?
ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวไม่ต่างจากผีร้าย
ทั้งน่ารังเกียจ ทั้งน่าขนลุก ชวนให้ยากจะเข้าใจ
“ยังยืนนิ่งทำอะไรอยู่ รีบเก็บรอยยิ้มนั่นเสีย เด็กสามขวบเห็นเข้าเป็นต้องฝันร้าย โชคดีที่องค์หญิงอายุสามขวบครึ่งแล้ว”
เฉิงหรงฮุย: (╥_╥)
องค์หญิงน้อย อย่าทรงโจมตีรูปลักษณ์กันเช่นนี้สิพ่ะย่ะค่ะ
“เอ๊ะ แค่พูดนิดเดียวก็คิดจะร้องไห้แล้วหรือ?”
เฉ็ดเฉ็ดพูดไม่ออก นางน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
“ท่านขุนนางตรวจการเฉิง จิตใจของท่านเปราะบางเกินไปแล้วกระมัง มิน่าเล่าถึงไม่เคยยิ้ม ที่แท้ไม่ใช่ไม่ชอบยิ้ม แต่เพราะพอยิ้มแล้วทำเอาผู้คนตกใจแทบตาย”
