เมื่อเย่หว่านหลานฟื้นขึ้นอีกครั้ง ก็เป็นเวลาสามช่วงยามแล้ว
แสงจันทร์สีนวลราวน้ำค้างแข็ง ส่องลอดผ่านกระดาษกรุหน้าต่างเข้ามา เกลื่อนกลาดบนพื้นเป็นสีเงินขาวเยือกเย็น
เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นคือม่านเตียงสีฟ้าคราม ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นยาจาง ๆ
เย่หว่านหลานจ้องมองยอดม่านเตียงอยู่นาน สมองเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนกลางวันค่อย ๆ ผุดขึ้นมาทีละน้อย สีหน้าท่าทางของคนพวกนั้นในโถงใหญ่ คำพูดเย็นชาบีบบังคับให้เธอส่งมอบทรัพย์สิน และท่านพี่ลูกพี่ลูกน้องที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา โอหังอาจหาญ ไม่เกรงกลัวผู้ใด ขวางกั้นพายุฝนทั้งหมดแทนเธอต่อหน้าทุกคน
ท่านพี่ล่ะ
ในห้องมีเพียงเธอคนเดียว
ที่แท้ก็เป็นแค่ความฝันนี่เอง
เย่หว่านหลานค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง กอดเข่าตัวเอง ซบหน้าลงกับวงแขน
น้ำตาไหลลงมาไม่หยุด เธอกัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าส่งเสียง
ทันใดนั้น ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้ากระชั้นดังมาจากห้องด้านนอก
ม่านเตียงถูกคนผลักเปิดออกอย่างแรง
แสงจันทร์สาดเข้ามา ส่องให้เห็นใบหน้าหนึ่ง
เผยหลวนอวี้ยืนอยู่หน้าเตียง เสื้อคลุมยับย่น ปกเสื้อเปิดกว้าง ผมก็ยุ่งเล็กน้อย ลมหายใจของเขาหนักอกกระเพื่อมขึ้นลง ความตื่นตระหนกในแววตายังเก็บไม่ทัน ก็มาปะทะเข้ากับสภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอ
เย่หว่านหลานมองดูใบหน้าที่อยู่ตรงหน้า น้ำตายังเกาะอยู่บนขนตา หล่นร่วงลงมาทีละหยด เธออ้าปากเล็กน้อย เสียงแหบพร่าแทบไม่ได้ยิน "ท่านพี่"
เผยหลวนอวี้ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เย่หว่านหลานก็พุ่งเข้ามาหาทันที
