ออกจากโรงพยาบาลมา ที่สี่แยกแรก
เจียงอู่จงใจมองยืนยันอีกครั้งว่าเป็นไฟเขียว
เขาเกาศีรษะ รู้สึกเพียงว่าปฏิกิริยาเมื่อครู่ของตัวเองช่างน่าขัน
รถราบนถนนแล่นขวักไขว่ไม่ขาดสาย
กระทั่งใกล้ถึงบริษัท เจียงอู่ก็เหยียบเบรกกะทันหัน
ไฟแดง
อีก 200 เมตรต่อมา เขาก็เหยียบเบรกอีกครั้ง ไฟแดงดวงที่สอง
ติดต่อกันถึงสี่แยกก็เจอไฟแดงทุกครั้ง
คำพูดของซ่งชิงเหย่าผุดขึ้นมาในหัว เขาลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะรีบปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วลงจากรถ
ตึกรามสูงเสียดฟ้า รถราบนถนนหนาแน่น ทุกอย่างรอบตัวดูเป็นปกติดี
เจียงอู่ส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ วันนี้เขาคงเพี้ยนไปแล้ว ถึงได้เชื่อฟังคำพูดของเด็กสาวคนหนึ่งจริง ๆ
เขาหันกลับไปดึงประตูรถ
จังหวะที่มือเพิ่งแตะมือจับประตูรถพอดี
เสียงดังโครม!
ป้ายโฆษณาแผ่นหนึ่งร่วงหล่นจากที่สูงอย่างฉับพลัน กระแทกลงตรงตำแหน่งคนขับอย่างแรง
เจียงอู่จ้องรอยบุบบนหลังคารถ เหงื่อเย็นผุดซึมเต็มหน้าผาก เขากดโทรศัพท์โทรออก กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนเอ่ยว่า “ท่านประธานเจียง คุณหนูซ่งอาจจะทำนายดวงได้จริง ๆ ครับ”
ในโรงพยาบาล
ซ่งชิงเหย่ากินโจ๊กข้าวฟ่างคำสุดท้ายจนหมด
จากนั้นก็ค่อย ๆ แทะน่องไก่ในมือจนหมดเช่นกัน
เมื่อท้องเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อย จิตใจก็ผ่อนคลายลงตามไปด้วย
ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป
เสียเลือดมากเกินไป เส้นชีพจรวิญญาณอุดตัน หากไม่ใช่สัญชาตญาณจากการบำเพ็ญมาหลายปี เกรงว่าเมื่อครู่นี้คงทนต่อไปไม่ไหวตั้งแต่อยู่บนเขาแล้ว
เธอเอนหลังพิงหมอน หลับตาลง
“พักก่อน ฟื้นฟูร่างกายให้ดี”
ตอนนี้มีเพียงเรื่องนี้ที่ทำได้
ตอนใกล้รุ่ง ซ่งชิงเหย่าถูกกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อปลุกจนตื่น
เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นคือเพดานสีขาวโพลนกับขวดน้ำเกลือที่ห้อยอยู่กลางอากาศ
ความเจ็บตรงท้ายทอยทำให้เธอรู้สึกตัวเต็มที่อย่างรวดเร็ว
ซ่งชิงเหย่าลุกขึ้นนั่ง มองออกไปนอกหน้าต่าง
ฟ้ายังไม่สว่างดี ทั้งโรงพยาบาลเงียบสงัด จนมีเพียงเสียงโทรศัพท์ดังเป็นครั้งคราวจากจุดพยาบาลท้ายทางเดิน
“เมื่อวานนี้ ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีค้ามนุษย์ได้สำเร็จหลายราย เมื่อนำความผิดหลายกระทงมารวมกัน โทษสูงสุดคือประหารชีวิต...”
โทรทัศน์ตรงมุมห้องกำลังออกข่าวท้องถิ่นต่อเนื่อง
“นอกจากนี้ ตำรวจรายงานว่าคดีนี้ยังมีผู้ต้องสงสัยคนสำคัญหลบหนีอยู่อีกหนึ่งราย ขณะนี้ตำรวจเปิดรับเบาะแสจากประชาชน...”
ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ไม่ชัดเจนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ใบหน้าพร่ามัวเพราะภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ดวงตาคู่นั้น...
ซ่งชิงเหย่าจำได้ทันที
คนคนนี้คือชายที่เมื่อคืนบีบให้เธอจนมุมอยู่ตรงทางขึ้นทางด่วน แล้วยังอ้างว่าเธอเป็นภรรยาของเขา!
คนผู้นี้หนีไปได้จริง ๆ หรือ?
ซ่งชิงเหย่าจ้องภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเปิดผ้าห่มแล้วเดินไปยังจุดพยาบาล
“ขอโทษนะคะ ที่นี่แลกเป็นเหรียญได้ไหมคะ?”
“เหรียญหรือ?”
ซ่งชิงเหย่าพยักหน้า “ค่ะ เหรียญ”
พยาบาลค้นลิ้นชักอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบเหรียญออกมาสามเหรียญ
“ขอบคุณค่ะ”
สามนาทีต่อมา
ซ่งชิงเหย่านั่งอยู่บนเตียง ปลายนิ้วลูบไล้เหรียญทั้งสามเบา ๆ
หากยังอยู่ในสำนักเสวียนเหมิน เพียงแผ่ปราณออกไปสายหนึ่ง ก็สามารถระบุตำแหน่งทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้ได้แล้ว...
แต่ตอนนี้เธอทำได้เพียงอาศัยวิชาติดตามระดับต่ำ
“ไม่เป็นไร ใช้ได้ก็พอ”
ซ่งชิงเหย่าหลับตาลง วางเหรียญทั้งสามบนโต๊ะข้างเตียง จากนั้นดีดนิ้วโป้ง เหรียญทั้งสามก็หมุนคว้างอยู่บนโต๊ะ
เธอแตะปลายนิ้วลงเหนือเหรียญเบา ๆ เหรียญทั้งสามสั่นพร้อมกัน
“แสงวิญญาณนำทาง ดาราเคลื่อนย้าย! จงปรากฏ!”
ซ่งชิงเหย่าประกบนิ้วเข้าหากัน ใบหน้าค่อย ๆ ซีดลง
พลังที่มองไม่เห็นยกเหรียญทั้งสามขึ้น
ทันทีที่เหรียญลอยขึ้นกลางอากาศ หัวใจของเธอก็เจ็บแปลบ เส้นชีพจรเจ็บราวกับถูกเข็มทิ่ม
จากนั้นเหรียญบนโต๊ะก็เริ่มสั่นคลอน ก่อนจะร่วงจากอากาศลงมาทีละเหรียญ พร้อมเสียงดังติ๊ง ๆ ๆ สามครั้ง
ไม่ได้!
ซ่งชิงเหย่าชักมือกลับ วางฝ่ามือลงบนโต๊ะข้างเตียง พลังวิญญาณในร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ถึงกับประคองการติดตามให้สำเร็จสักครั้งยังไม่ไหว
แต่หากหาตัวคนผู้นั้นไม่พบ แล้วเธอจะไปแจ้งความได้อย่างไร?
หรือจะต้องรอให้พลังวิญญาณฟื้นฟูขึ้นมาอย่างช้า ๆ ถึงจะล้างแค้นได้?
ภาพข่าวทางโทรทัศน์เปลี่ยนไปแล้ว ทว่าในหัวของเธอกลับมีภาพก่อนเจ้าของร่างเดิมสิ้นใจฉายซ้ำไปซ้ำมา ภาพที่เล็บจิกลงในดินจนสุดแรง แต่ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ยังคลานออกจากคูน้ำเน่าเหม็นไม่ได้
ไม่ได้! เธอรอไม่ไหว
ซ่งชิงเหย่ารอไม่ไหว และคนอื่น ๆ ที่ตายด้วยน้ำมือของชายคนนั้นก็รอไม่ไหวเช่นกัน!
คนพวกนั้นสมควรตาย!
เธอต้องลองหาวิธีอื่นดูอีก
เหรียญใช้ไม่ได้ ต้องใช้หยก!
ซ่งชิงเหย่าตัดสินใจทันที เปลี่ยนเสื้อผ้า สวมรองเท้าแตะของโรงพยาบาล แล้วหลบพยาบาลแอบออกไปทางบันไดด้านข้าง
“คุณลุง ไปตลาดหยกเมืองเจียงค่ะ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซ่งชิงเหย่าก็มายืนอยู่หน้าตลาดหยกเมืองเจียง ตลาดกว้างใหญ่จนมองไม่เห็นสุดปลายทาง
เสียงเครื่องตัดดังกระหึ่มมาไม่ขาดสาย
ในอากาศปะปนไปด้วยฝุ่นผงจากหยกและเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของนักพนัน
ซ่งชิงเหย่ายืนอยู่หน้าร้านแผงแรก หรี่ตาลงเล็กน้อย
แม้พลังวิญญาณจะหายไปแล้ว แต่ญาณของเธอยังคงอยู่ ต่อให้ถูกอสนีบาตผ่าจนเหลือเพียงหนึ่งในหมื่นส่วน ก็ยังพอใช้ตรวจดูปราณของหยกได้
“หินหยกดิบเนื้อแก้วลอยลายดอกไม้ แปดแสน”
เธอกวาดตามองป้ายราคา แล้วใช้ญาณสำรวจตามไป ภายในเนื้อหยกมีปราณขุ่นมัวสีเทาลอยอยู่ชั้นหนึ่ง เป็นหยกตาย ไร้ประโยชน์
สายตาเลื่อนไปยังด้านข้าง หยกเนื้อแก้วชั้นดีสีเขียวหยางบริสุทธิ์แบบตัดเปิดหน้าแล้วตั้งราคาสองล้าน
สีเขียวเข้มข้นราวกับพร้อมจะหยดลงมา นักพนันหยกนับไม่ถ้วนพากันล้อมอยู่รอบ ๆ ส่งเสียงชื่นชมไม่ขาดปาก
ข้างในมีสีเขียวเข้มข้น มองจากสายตาคนนอกแทบจะไร้ที่ติ หลายคนเริ่มเสนอราคาแล้ว
“ก้อนนี้อย่างน้อยก็ขายได้สามล้าน!”
“เถ้าแก่ สองล้านห้าแสนขายไหม?”
ซ่งชิงเหย่ากวาดตามองแล้วส่ายหน้า
ข้างในมีสีเขียวจริง แต่เนื้อหยกแตกร้าวไปทั่ว
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกเห็นซ่งชิงเหย่าส่ายหน้า ก็หัวเราะเยาะ “สาวน้อย ส่ายหน้าทำไม? ดูเป็นหรือไง? ถ้าดูไม่เป็นก็ไปไกล ๆ อย่ามาขวางคนอื่นทำมาหากิน”
ซ่งชิงเหย่าไม่สนใจเขา ก้าวเดินมุ่งหน้าเข้าไปด้านในตลาด
ถูกเมินใส่ ชายเสื้อลายดอกหน้าเขียวคล้ำ เขาถ่มน้ำลายตามแผ่นหลังของเธอ “จนกรอบขนาดนั้น ในกระเป๋าจะมีเงินสักกี่แดงเชียว?”
ยิ่งเดินเข้าไปด้านใน แผงร้านก็ยิ่งดูรกระเกะระกะ
ซ่งชิงเหย่าเดินมาหยุดหน้าร้านเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตา เจ้าของร้านเป็นชายหัวล้านอายุห้าสิบกว่า กำลังคาบบุหรี่คุยโวกับคนข้าง ๆ
“ฉันจะบอกให้นะ หินก้อนนั้นเมื่อเดือนก่อน ทั้งตลาดดูพลาดกันหมด มีแค่ฉัน! ฉันดูออกตั้งแต่แวบแรกว่าข้างในมีของดี!”
“ผ่าออกมาเป็นหยกจักรพรรดิ! เจ้าของจ่ายให้ตั้งสิบสองล้านตรงนั้นเลย!”
คนข้าง ๆ หัวเราะเยาะ
“เหล่าเซี่ย เลิกโม้สักสองประโยคแล้วจะตายหรือไง? หินก้อนนั้นเห็นชัด ๆ ว่านายซื้อตามคนอื่นแบบมั่วซั่ว พอผ่าออกมานายเองยังอึ้งเลย”
ชายหัวล้านถลึงตา “เหลวไหล! เป็นเพราะฉันตาถึงต่างหาก”
สายตาของซ่งชิงเหย่าตกลงบนมุมในสุดของแผงร้านเขา
หินก้อนนั้นหม่นเทา เปลือกหยาบกร้าน ทั้งยังมีรอยร้าวเห็นได้ชัด เจ้าของร้านไม่มีแก่ใจแม้แต่จะติดราคาให้มันด้วยซ้ำ จึงโยนมันไว้ในกองเศษหินอย่างส่ง ๆ
ทว่าในจังหวะที่ญาณของเธอสำรวจเข้าไป ปราณวิญญาณสีเขียวมรกตก้อนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ลึกในเนื้อหยกก็กำลังหมุนวนอย่างเชื่องช้า
ซ่งชิงเหย่าเดินเข้าไปย่อตัวลง หยิบหินก้อนนั้นขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ
เจ้าของร้านหัวล้านเหลือบมอง “สาวน้อย ดูเป็นเหมือนกันนี่ หินในมือเป็นของดีเชียวนะ”
ซ่งชิงเหย่าสีหน้าไม่เปลี่ยน “เท่าไรคะ?”
“ถ้าถูกใจ ฉันคิดแค่ทุนก็แล้วกัน สามพัน”
“เถ้าแก่ อย่าคิดว่าฉันดูของไม่เป็นนะคะ” ซ่งชิงเหย่ามองเขาแล้ววางหินลงบนพื้น “หินก้อนนี้คุณรับมาอย่างมากก็สามสิบ”
มุมปากเจ้าของร้านกระตุก หินก้อนนี้เดิมทีก็เป็นเศษหินที่เหลือจากการตัดก่อนหน้านี้ เขาแค่พูดส่ง ๆ ใครจะรู้ว่าสาวน้อยคนนี้ไม่หลงกล
“งั้นเธอว่าเท่าไร?”
“สามร้อยค่ะ”
“สาวน้อย ต่อให้ต่อราคาก็อย่าโหดขนาดนี้สิ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เอาแล้วค่ะ” ซ่งชิงเหย่าลุกขึ้น ปัดมือแล้วหมุนตัวเดินจากไป
“ได้ ๆ สามร้อยก็สามร้อย!”
ซ่งชิงเหย่าสแกนจ่ายเงิน แล้วเก็บหินใส่กระเป๋า
เถ้าแก่อ้วนจากแผงข้าง ๆ มองแล้วหัวเราะ “เหล่าเซี่ย นายก็ใจดำเกินไปแล้ว หินก้อนนั้นราคาทุนสามสิบยังไม่ถึงเลยมั้ง?”
“ไป ๆ ๆ! ซื้อขายกันด้วยความสมัครใจ!” เหล่าเซี่ยหันกลับไปตะโกนเรียกซ่งชิงเหย่า “สาวน้อย จะผ่าหินตรงนี้เลยไหม? ฉันมีเครื่องอยู่!”
