ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ เพียงหันมามองเธอ
โรงพยาบาล?
ซ่งชิงเหย่าตั้งสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
โรงพยาบาลคงเป็นสถานที่รักษาโรคและช่วยชีวิตผู้คนของโลกนี้
“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ”
เจียงอู่เกาจมูก
ทำไมคำพูดของเด็กสาวคนนี้ถึงฟังดูเป็นทางการอยู่ตลอดนะ?
รถแล่นเข้าสู่รัตติกาล มุ่งหน้าบนทางด่วนด้วยความเร็วสูง
ซ่งชิงเหย่าพิงข้างหน้าต่าง กดขมับเอาไว้ พลางค่อย ๆ เรียบเรียงภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองในหัว
เจ้าของร่างเดิมก็ชื่อซ่งชิงเหย่าเช่นกัน ตอนอายุสามขวบถูกคนลักพาตัวไปขายบนเขา ตั้งแต่เล็กก็ไม่เคยได้กินอิ่มหรือสวมเสื้อผ้าอบอุ่น ร่างกายมีแต่บาดแผลอยู่เสมอ แม้แต่ตอนถูกตี ยังร้องไห้ไม่ได้ เพราะยิ่งร้องก็ยิ่งถูกตีหนักกว่าเดิม
จนกระทั่งเมื่อ 1 ปีก่อน ตำรวจตามพบและพากลับบ้านตระกูลซ่ง เธอจึงได้รู้ว่าเมื่อ 3 ปีก่อน มารดาผู้ให้กำเนิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างออกตามหาเธอ
บิดาแต่งงานใหม่เมื่อ 2 ปีก่อน ตระกูลซ่งจึงมีนายหญิงคนใหม่แล้ว
ผู้หญิงคนนั้นยังพาลูกสาวซึ่งอายุน้อยกว่าเธอ 1 ปีมาด้วย ส่วนที่ถูกลักพาตัวมาที่นี่ในครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่างทัศนศึกษาช่วงปิดภาคฤดูร้อนเมื่อ 3 วันก่อน
ซ่งชิงเหย่าค่อย ๆ หลับตาลง ยกมือขึ้นปิดดวงตา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสขนตา น้ำตาก็ร่วงลงมา
ลึกลงไปในวิญญาณยังมีเสียงสะอื้นแผ่วเบาดังตามมา
หัวใจของซ่งชิงเหย่าสั่นไหวเล็กน้อย
สายเลือดก้องประสาน ลมหายใจแห่งวิญญาณหลอมรวม
ในส่วนลึกของร่างนี้กลับยังหลงเหลือพลังธูปบูชาอันแผ่วจางสายหนึ่ง
นั่นคือธูปบูชาจากตระกูลที่สืบทอดกันมาทางสายเลือด เป็นความเคารพที่ลูกหลานตระกูลซ่งมอบให้บรรพบุรุษอย่างเธอ
ซ่งชิงเหย่าชะงักไปครู่หนึ่ง
เจ้าของร่างเดิม...เป็นสายเลือดตระกูลซ่งของเธอจริง ๆ
มิน่าล่ะ ญาณของเธอจึงเข้ากับร่างนี้ได้เป็นอย่างดี
ซ่งชิงเหย่ายกมือขึ้นลูบเปลือกตา
ไม่ร้องไห้แล้ว ต่อไปนี้จะไม่ร้องไห้อีก
ความยุติธรรมนี้ ฉันจะทวงคืนให้เธอเอง
เจียงสิงโจวมองเด็กสาวที่สีหน้าเปลี่ยนไปหลายครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงสิบกว่าวินาที
จากระแวดระวัง เจ็บปวด ตกตะลึง จนในที่สุดก็กลับมาสงบนิ่ง ราวกับเพิ่งผ่านการดิ้นรนอันยาวนานมา
ภายในรถเงียบสงัด กลิ่นไม้จันทน์จาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ
ซ่งชิงเหย่ามองตามกลิ่นหอมไป
ชายหนุ่มนั่งอยู่อีกฝั่ง เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นถึงท่อนแขนอย่างไม่ใส่ใจ ข้อมือขาวเย็นเด่นชัด
บนข้อมือเรียวยาวมีเพียงลูกประคำสีดำพันอยู่เส้นหนึ่ง
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่มันชั่วขณะ
ความรู้สึกร้อนผ่าวที่พลุ่งพล่านอยู่กลางฝ่ามือตั้งแต่ขึ้นรถ ค่อย ๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด
ลูกประคำเส้นนั้นกดข่มสัญญาสมรสได้หรือ?
เจียงสิงโจวก็หันมามองเช่นกัน ซ่งชิงเหย่าสบตาเขาแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า
“คืนนี้ ขอบคุณมากค่ะ”
“บุญคุณครั้งนี้ วันหน้าฉันจะตอบแทนค่ะ”
เจียงอู่มองเธอผ่านกระจกมองหลัง ก่อนจะอดยิ้มไม่ได้
แค่คำพูดเดียวจากคุณชายสามของเขา ก็ชี้ชะตาผู้คนในเมืองเจียงได้มากมาย
จะมีตอนไหนที่ต้องให้เด็กสาวตัวเล็ก ๆ มาตอบแทนบุญคุณกัน
สีหน้าของเจียงสิงโจวไม่เปลี่ยน เขาตอบรับเสียงหนึ่งว่า “ไม่จำเป็น”
ซ่งชิงเหย่าไม่ได้อธิบายอะไร นึกถึงคำเรียกที่เจียงอู่ใช้เรียกชายหนุ่มเมื่อครู่ จึงเอ่ยถามว่า “คุณแซ่เจียงหรือคะ?”
เจียงอู่ชะงักไป
หูดีไม่เบาเลยนะเด็กคนนี้
ซ่งชิงเหย่าทบทวนแซ่เจียงในความทรงจำ คนที่มีบุคลิกและอำนาจเช่นชายตรงหน้าตรงกับประมุขตระกูลเจียงผู้เลื่องลือ นามว่าเจียงสิงโจว
เจียงสิงโจวเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ “คุณชื่ออะไร?”
ซ่งชิงเหย่าสบตาเขาสองวินาที
“ซ่งชิงเหย่าค่ะ”
บรรยากาศพลันเงียบสนิท
เจียงอู่ก้มลงอ่านรายงานล่าสุดจากตำรวจ พลางพูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า “คุณเจียงครับ เธอชื่อเหมือนคุณหนูใหญ่ที่ตระกูลซ่งแจ้งคนหายเลย”
ตระกูลซ่ง ซ่งชิงเหย่า
หลานสะใภ้ที่ฮูหยินผู้เฒ่าหมายตาไว้ คู่หมั้นของเจียงตู้หรือ?
แววตาของเจียงสิงโจวหรี่ลงเล็กน้อย เผยประกายประหลาดใจวูบหนึ่ง
สายตาของเขาทอดไปยังหน้าต่างรถ รัตติกาลเคลื่อนผ่าน เงาด้านข้างอันผอมบางของเด็กสาวสะท้อนอยู่บนกระจก
เธอก้มหน้า ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ค่อย ๆ เช็ดบาดแผลบนร่างกาย
แอลกอฮอล์สัมผัสบาดแผลจนใบหน้าซีดเผือด เธอทำได้เพียงกัดฟันแน่น ไม่ส่งเสียงครางออกมาแม้แต่น้อย
เจียงสิงโจวมองเงียบ ๆ
ในหัวผุดคำวิจารณ์ที่ได้ยินจากคนในตระกูลเจียงช่วงนี้ขึ้นมา
คุณหนูใหญ่ตระกูลซ่ง
เอาแต่ใจและหยิ่งผยอง หยาบคายไร้มารยาท ได้ยินว่าแม้แต่ชั้นเรียนมารยาทพื้นฐานก็ยังนั่งไม่ติด
ครู่หนึ่งผ่านไป
เจียงสิงโจวละสายตากลับมา
ดูท่าข่าวคราวที่ตระกูลเจียงได้รับในช่วงหลายปีมานี้ ก็มีผิดเพี้ยนไปบ้างเหมือนกัน
ซ่งชิงเหย่าจัดการบาดแผลสุดท้ายเสร็จ แล้วห่อสำลีชุบแอลกอฮอล์เปื้อนเลือดใส่กระดาษอย่างเรียบร้อย
ภายในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง
สี่สิบนาทีต่อมา รถค่อย ๆ แล่นเข้าโรงพยาบาล
หน้าโรงพยาบาลยังคงคึกคัก ร้านอาหารยามดึกหลายร้านตั้งแผงอยู่ริมถนน กลิ่นยี่หร่าและเนื้อย่างลอยเข้ามาทางหน้าต่างรถที่เปิดแง้มไว้
ซ่งชิงเหย่าหันไปมองโดยไม่รู้ตัว บนเตาย่างมีน่องไก่เรียงอยู่เป็นแถว หนังสีเหลืองทองมันวาว น้ำมันร้อนส่งเสียงฉ่า
“จ๊อก...”
เสียงท้องร้องประท้วงดังชัดเจนเป็นพิเศษในรถที่เงียบสงบ
เจียงอู่จับพวงมาลัยไว้แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่
สีหน้าของซ่งชิงเหย่ายังคงสงบนิ่ง มีเพียงปลายหูที่ค่อย ๆ แดงขึ้นเล็กน้อย
เกือบลืมไปเลยว่าร่างนี้ไม่ได้กินอะไรมานานเกือบ 24 ชั่วโมงแล้ว
เจียงสิงโจวมองตามสายตาเธอออกไปนอกหน้าต่าง สายตาหยุดอยู่ที่ร้านอาหารยามดึก
“เจียงอู่ ไปซื้อของกินมาหน่อย”
“ครับ”
เจียงอู่ยังไม่ทันลงจากรถ ก็ได้ยินเสียงจริงจังดังมาจากด้านหลัง “เดี๋ยว...”
คำว่า “ก่อน” ยังไม่ทันออกจากปาก ซ่งชิงเหย่าก็เปลี่ยนคำพูด “รอสักครู่ค่ะ”
เธอหยุดไปนิดหนึ่งแล้วรีบเสริมประโยคที่เหลือ “ของเมื่อครู่นั้น ซื้อมาให้สักชิ้นได้ไหมคะ กลิ่นหอม...น่ากินดีค่ะ”
เจียงอู่กระตุกมุมปาก: คุณหนูครับ เมื่อกี้คุณทำหน้าเหมือนฟ้าถล่มก็ไม่กะพริบตา ผมเกือบนึกว่าคุณบำเพ็ญเซียนอยู่เสียอีก
เจียงสิงโจวเหลือบมองไปทางเธอ ใบหน้าของเด็กสาวซีดเซียว ดวงตาคู่นั้นที่สงบนิ่งมาโดยตลอด บัดนี้จับจ้องไปยังร้านไก่ย่างนอกหน้าต่าง เผยความมีชีวิตชีวาสมวัยขึ้นมาหลายส่วน
“น่องไก่ย่าง ซื้อมา 2 ชิ้น”
“ได้ครับ”
เจียงอู่ยิ้มรับ ก่อนจะรีบลงจากรถ ไม่นานก็กลับมาพร้อมโจ๊กข้าวฟ่างหนึ่งถ้วยกับน่องไก่ย่าง 2 ชิ้น
“คุณเจียง ทางโรงพยาบาลจัดการเรียบร้อยแล้วครับ”
“อีกอย่าง เมื่อครู่บ้านเก่าโทรมา อาการของคุณท่านไม่ค่อยคงที่อีกแล้ว คุณนายผู้เฒ่าให้คุณไปดูสักหน่อยครับ”
เจียงสิงโจวรับคำในลำคอ
“ส่งเธอเข้าไปก่อน แล้วให้คนแจ้งตระกูลซ่งด้วย”
“ส่วนคุณท่าน เดี๋ยวผมค่อยไป”
ซ่งชิงเหย่าตามเจียงอู่ไปห้องฉุกเฉิน
ภายในโรงพยาบาลสว่างไสว
หลังจัดการวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง เจียงอู่เห็นว่าเธอเข้าที่เรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวว่า “คุณซ่งพักผ่อนให้เต็มที่นะครับ ถ้ามีอะไรก็เรียกพยาบาลได้เลย”
พูดจบ เขาก็หันหลังเตรียมออกไป
ซ่งชิงเหย่าจ้องดูไออัปมงคลสีดำที่หน้าผากของเจียงอู่ กัดฟันเค้นพลังวิญญาณออกมาเล็กน้อย “เดี๋ยวก่อน!”
เจียงอู่ชะงักฝีเท้า “ครับ?”
ซ่งชิงเหย่าครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ถ้าหลังจากนี้คุณเจอ...สัญญาณไฟสีแดงแบบนั้นติดต่อกัน 4 แยก ก็รีบลงจากรถทันทีนะคะ”
“ได้ครับ ผมจำไว้แล้ว”
แม้จะพูดเช่นนั้น เจียงอู่ก็ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของซ่งชิงเหย่านัก ฝีมือขับรถของเขา จะเจอไฟแดงติดกัน 4 แยกได้อย่างไร คิดยังไงก็ไม่น่าเป็นไปได้
