หลี่เจาหนิงหันขวับกลับมา แววตาเป็นประกายจนแทบทำให้น้องชายตาพร่า
คุณแม่หลี่เดินออกมาจากครัว เห็นสีหน้าประหลาดใจของลูกสาวก็งง ๆ
“หนิงหนิง เกิดเรื่องดีอะไรขึ้นรึ”
หลี่เจาหนิงชี้นิ้วไปที่รางน้ำ “หนูอยากย้ายรางน้ำทั้งอันขึ้นไปบนเขาเลย จะได้ติดตั้งสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปเดินมา”
หลี่เจาหยางฟังแล้วตาลุกวาบ วิ่งไปหลังบ้าน “พี่ ผมจะไปงัดปูนที่ยึดชั้นล่างสุดกับพื้นออกเอง”
“ฉันไปงัดด้วย”
หลี่เจาหนิงพูดพลางหยิบค้อนกับดอกสว่านออกมา
คุณแม่หลี่เดินมาข้างหลัง คว้าเครื่องมือในมือเธอไป “ลูกไปพักในห้องเถอะ เดี๋ยวแม่กับน้องงัดเอง”
ถึงเอารางน้ำขึ้นเขาจะไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา แต่ลูกสาวยังต้องคอยเก็บน้ำ ต้องเฝ้าตลอด ไม่มีเวลาพัก
ให้เธอพักเสียตอนนี้ดีกว่า
หลี่เจาหนิงไม่ยอมกลับ หยิบค้อนกับดอกสว่านอีกชุดจากมิติออกมา
คุณแม่หลี่เห็นก็ถลึงตาใส่ “ลูกไม่เหนื่อยรึไง”
“เหนื่อย แต่ขึ้นเขาแล้วค่อยพักก็ได้”
“ต้องคอยเก็บน้ำปล่อยน้ำตลอด จะพักได้ยังไง”
“ใช้ถังเก็บก็พักไม่ได้จริง แต่ใช้รางน้ำก็พักได้แล้ว”
คุณแม่หลี่ยังไม่ทันเข้าใจ หลี่เจาหยางก็อธิบายเสริม “แม่ รางน้ำมันใหญ่ กว่าจะเต็มก็ใช้เวลานาน ตอนนั้นผมเฝ้าเอง พี่จะได้งีบสักหน่อย”
ฟังแล้วคุณแม่หลี่ก็ยิ้ม “ดี ๆ ขืนพี่แกเหนื่อยล้มไปคงแย่”
