หลี่เจาหยางไม่พูดอะไร เพียงพยักหน้า แล้วเดินไปยังแปลงนาที่คุณแม่หลี่ชี้
จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของคุณแม่หลี่กับหลี่เจาหยางขุด ส่วนหลี่เจาหนิงรับหน้าที่เก็บ
ตอนเก็บผลผลิตจากแปลงที่น้องชายขุด หลี่เจาหนิงพบกับความประหลาดใจ ที่แม่พูดไว้ไม่ผิดเลย น้องชายมีพรสวรรค์ด้านการทำนาจริง ๆ
ขนาดแม่ซึ่งเป็นมือเก๋าด้านการเกษตร ยังมีพลาดขุดหัวมันแตกบ้าง แต่น้องชายมือใหม่กลับขุดได้โดยไม่แตกแม้แต่หัวเดียว มันน่าทึ่งเกินไปหน่อย
เธออดถามไม่ได้ว่า “น้องชาย บอกพี่หน่อย เธอมีตาทิพย์หรือเปล่า ถึงได้มองเห็นสภาพใต้ดิน?”
น้องชายหยุดมือแล้วมองพี่สาว เอ่ยคำกวนประสาทเช่นเคย “พี่ ผมมองไม่เห็นหรอก แค่ผมเรียนมหาวิทยาลัยมากกว่าพี่หนึ่งแห่ง เลยรู้อะไรมากกว่านิดหน่อย”
หลี่เจาหนิงสูดลมหายใจลึก คว้าก้อนดินปาใส่
หลี่เจาหยางหลบเบา ๆ แถมยังยั่วต่อ “เสียดายไหม ไม่เข้ามหาวิทยาลัย ดันออกไปทำงานเหมือนคนอื่น”
หลี่เจาหนิงสบตาน้องชาย จู่ ๆ อารมณ์ขุ่นก็มลายไป ตอนนั้นที่บอกว่าจะเลิกเรียนแล้วออกไปทำงาน คนที่คัดค้านที่สุดก็คือน้องชายนี่แหละ
ตอนนี้ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เขาก็ชอบเอาเรื่องที่เธอไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยมาพูด คงยังโกรธที่เธอทิ้งการเรียนกระมัง
คิดแล้วจึงพูดว่า “ตอนนี้ดูสิ การที่พี่ไม่ได้เรียนหนังสือก็มีข้อดีไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้าไม่ออกไปทำงานที่โรงงานเสื้อผ้า กลางดึกก็คงไม่ออกไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็จะไม่ได้เจอโอกาสอย่างมิติ”
น้องชายหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนยกคราดขึ้นสูงแล้วฟันลงหนึ่งที จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก
