หลี่เจาหยางลุกพรวดขึ้นยืน ดวงตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ดูเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่เพราะตื่นเต้นเกินไป ริมฝีปากขยับอยู่ตลอด กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
คุณแม่หลี่เห็นอาการของลูกชาย จึงดึงให้เขานั่งลง
“นั่งดี ๆ เรื่องมันเป็นมายังไง แม่จะเล่าให้ฟัง”
หลี่เจาหยางนั่งลงอย่างว่าง่าย เปล่งเสียง “อืม” ในลำคอ
จากนั้น ผู้เล่าหลักคือหลี่เจาหนิง เธอใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเล่าเรื่องตั้งแต่ฝันจนพบมิติ และช่วงนี้ที่บ้านกักตุนเสบียงให้ฟังรอบหนึ่ง
หลี่เจาหยางที่ตอนแรกตื่นเต้นตะลึง ฟังจนจบกลับค่อย ๆ สงบลง และเริ่มครุ่นคิดว่าควรกักตุนอะไร
“เงินที่บ้านน่าจะไม่มากสินะ”
“ซื้อยากักตุนไว้หรือยัง”
“แล้วเสบียงอาหารล่ะ...”
เห็นลูกชายกระตือรือร้น คุณพ่อคุณแม่หลี่ก็วางใจขึ้น กลัวแต่ลูกจะเก็บกดที่ทุกคนมองข้ามเขา
หลี่เจาหนิงลืมเรื่องซื้อยาจริง ๆ รีบพูดว่า “ตอนค่ำ ๆ ฉันจะสั่งซื้อยาแก้หวัดกับน้ำยาลดอักเสบทางออนไลน์ก่อน ยาอื่นหาจังหวะไปซื้อที่ร้านขายยา”
“ส่วนเสบียงอาหาร ต้องซื้อจริง แต่ว่าไม่กะซื้อมากเกินไป เพราะเงินที่บ้านมีไม่มาก ปีหน้าฉันกับพ่อแม่จะปลูกมันหวานกับข้าวโพดที่บ้านกักตุนไว้”
หลี่เจาหยางพยักหน้า “ปีหน้าผมไม่ไปเรียนแล้ว หางานหาเงิน”
ได้ยินเช่นนี้ หลี่เจาหนิงไม่เห็นด้วย “ลูกไม่เรียนไม่ได้นะ อีกแค่ครึ่งปีก็เรียนจบ ต่อให้วันสิ้นโลกกำลังมา พ่อกับแม่ก็หวังให้ลูกได้ใบปริญญา”
