จางอวิ๋นอิงเดินพลางชี้บอกหลี่เจาหนิงว่าตรงนั้นตรงนี้มีอะไรบ้าง
“ตรงนั้นมีป่าเกาลัดอยู่ผืนนึง ทุกปีคนไปเก็บกันเยอะเลย”
“ภูเขาข้างๆ มีนายทุนเหมาปลูกพีชเหลืองไว้ สุดท้ายไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ต้นยังไม่ทันโต เขาก็เลิกไปแล้ว
ตอนนี้สวนพีชเหลืองกลายเป็นของป่าไปแล้ว แต่รสชาติดีทีเดียว ก็แค่ลูกเล็กไปหน่อย”
หลี่เจาหนิงถาม “งั้นปีหน้าพอพีชเหลืองสุกเราไปเก็บได้ไหม”
จางอวิ๋นอิง: “ไปได้ แต่ห้ามรอให้สุกเต็มที่”
“ทำไมล่ะ!”
“เพราะตอนสุกเต็มที่ ต้นก็เกลี้ยงแล้ว”
หลี่เจาหนิง: “...”
ของฟรีไม่ต้องจ่าย ใครๆ ก็ชอบเหมือนกันหมดนี่นา
“แม่ บนภูเขามีอะไรอีกบ้าง”
“เยอะแยะเลย” จางอวิ๋นอิงยิ้มพลางชี้ไปที่ป่าสนข้างทาง “ลูกสน”
เธอเปลี่ยนทิศทางชี้ “ตรงนั้นมีต้นเกาลัดหมูกว่าสามสิบต้น”
หลี่เจาหนิงฟังแล้วตื่นเต้นขึ้นมาทันที เธอชอบกินเต้าหู้เกาลัดหมู แม่เธอเมื่อก่อนทำแป้งเกาลัดหมูเก็บไว้ที่บ้านทุกปี อยากกินเมื่อไหร่ก็เอามาบดทำเต้าหู้กิน
“ถึงตอนนั้นไปเก็บกัน”
จางอวิ๋นอิงรู้ว่าลูกสาวชอบกิน อีกทั้งยังเป็นของกินที่ไม่ต้องใช้เงินด้วย ก็ต้องกักตุนไว้มากๆ เป็นธรรมดา
จากนั้นเธอก็ชี้ไปอีกทาง “ตรงนั้นมีป่าต้นเกาลัดช้างกระจุกใหญ่ เกาลัดช้างก็ทำเต้าหู้ได้เหมือนกัน”
หลี่เจาหนิงไม่เคยกินเต้าหู้จากเกาลัดช้าง เลยถาม “อร่อยไหม”
