เมื่อมองผ่านหน้าต่างห้องเห็นแผ่นหลังทั้งสามที่อยู่ข้างนอก คุณแม่หลี่ก็มีรอยยิ้มบนใบหน้า
หล่อนนึกถึงครั้งแรกที่เจอคุณพ่อหลี่ขึ้นมา ตอนนั้นเขาเอาวนแขนพาดไหล่คนในหมู่บ้านคนหนึ่งยืนอยู่ข้างทาง ท่าทางไม่เอาไหน
แค่เพียงมองแวบเดียว ก็ปิ๊งเลย
ตอนแต่งงานกับเขา เขาก็ยังเป็นคนไม่เอาถ่านแบบนั้น แต่พอมีหนิงหนิงแล้ว เขาก็เปลี่ยนเป็นคนหนักแน่นขึ้น
ขยันหาเงิน ดูแลลูก ซักเสื้อผ้าและทำกับข้าว
ตอนนั้นแม่สามีมองหล่อนขวางหูขวางตา พูดจาเหน็บแนมอยู่ตลอด แถมยังชอบพูดจากระทบกระเทียบอยู่เรื่อย
แต่เมื่อนึกถึงลูกชายของนาง หล่อนก็ไม่ถือสา
ชีวิตทั้งชีวิตของหล่อน เคยทุกข์ยาก เคยมีความสุข แต่ที่ไม่เคยมีเลยคือความเสียใจ
ต่อให้วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง หล่อนก็ไม่ได้หวาดกลัวเหมือนที่คิดไว้
เพราะสามี ลูกสาว และลูกชายของหล่อนอยู่เคียงข้างกัน
หล่อนรู้สึกอิ่มเอมใจเหลือเกิน
…
หลี่เจาหนิงทั้งดีใจและเป็นห่วงเมื่อเห็นข้อความ ดีใจที่วันนี้พวกเขาไม่มา เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของปู่ซุน
“น้องชาย พ่อบอกว่าวันนี้พวกเขาไม่มาแล้ว ให้เรารีบทำให้เสร็จ”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอันอ่อนล้าของหลี่เจาหยาง “พี่ ขอซาลาเปาไส้เนื้ออีกสองลูก”
เขาอยากเติมพลังให้เต็มที่ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าถึงมีเวลา แต่กลับไม่มีแรง
หลี่เจาหนิงมองหน้าน้องชายที่อ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกปวดใจมาก จึงหยิบซาลาเปาออกมาถุงหนึ่ง ประมาณเจ็ดแปดลูก
“กินให้อิ่มนะ เดี๋ยวพี่จะยกแพไม้ไผ่เอง”
สาเหตุที่น้องชายดูเหนื่อยมากกว่าหล่อน ก็เพราะว่าทั้งคืนที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ย้ายแพไม้ไผ่ ก็เป็นเขาที่ยก
