กินข้าวเสร็จ คุณพ่อหลี่โอนเงินสองล้านให้ลูกสาว จากนั้นก็พาลูกชายไปบ้านเจ้าฟางชุ่น
ส่วนหลี่เจาหนิงนั่งขัดสมาธิบนเสื่อที่พื้นห้อง แล้วเริ่มสั่งซื้อของทีละมาก ๆ
เนื่องจากต้องซื้อของเยอะมาก เธอจึงแบ่งซื้อทุกอย่างเป็นสามรอบ ส่งไปยังที่อยู่สามแห่งไม่ซ้ำกัน ชื่อผู้รับก็ต่างกันไป เธอใช้ชื่อคุณแม่หลี่กับน้องชาย
ที่อยู่หนึ่งเป็นในตัวอำเภอ อีกสองแห่ง แห่งหนึ่งเป็นอำเภอข้าง ๆ อีกแห่งเป็นที่อยู่สถานีพัสดุของหมู่บ้านท่องเที่ยวซึ่งห่างออกไปแปดกิโลเมตร
เธอไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะซื้ออะไร แค่สั่งซื้อของที่บ้านตัวเองเคยซื้อในปริมาณสองเท่ากว่า ๆ
ใช้เวลาสองชั่วโมง สั่งซื้อของหมดทุกรายการ
ใช้เงินไปหนึ่งแสนสามหมื่น
หลังจากนั้น เธอขี่รถสามล้อไปในตัวอำเภอ เพื่อซื้อข้าวสารกับแป้งและอาหารแห้ง
สามล้อเล็กบรรทุกได้ไม่มาก เธอตั้งใจจะซื้อแค่ห้าร้อยชั่งต่อเที่ยว
ข้าวสารสามร้อยชั่ง แป้งสาลีหนึ่งร้อยแปดสิบชั่ง เส้นหมี่ยี่สิบชั่ง
แต่เธอไม่คาดคิดว่า ข้าวสารกับแป้งจะเริ่มจำกัดการซื้อ แถมราคายังขึ้นไปอีกครึ่งหนึ่ง ต้องแสดงบัตรประชาชนถึงจะซื้อได้
“จำกัดการซื้อแล้วซื้อได้เท่าไหร่คะ” เธอขมวดคิ้วถาม
“ข้าวสารหนึ่งร้อยชั่ง แป้งสาลีห้าสิบชั่ง เส้นหมี่ห้าชั่ง”
“เถ้าแก่คะ ดูอากาศร้อน ๆ แบบนี้กว่าฉันจะมาถึงนี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขายเพิ่มอีกหน่อยไม่ได้เหรอคะ”
เถ้าแก่มองแสงแดดสีทองระยิบข้างนอก พลางขมวดคิ้วแน่น พอได้ยินคำนี้ก็ถอนหายใจแล้วบอกว่า “สาวน้อย ปริมาณแค่นี้ก็ไม่น้อยแล้วนะ ที่อื่นซื้อได้น้อยกว่านี้อีก”
ใจของหลี่เจาหนิงหนักอึ้ง “เถ้าแก่คะ จำกัดการซื้อนี่เริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
