สามวันต่อมา เฉินหยางตื่นตั้งแต่ฟ้าสาง แล้วติดกระดาษแดงแผ่นหนึ่งไว้ตรงประตูรั้ว
【ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รับรักษาเฉพาะอาการฉุกเฉินและโรคร้ายแรงเท่านั้น อาการเล็กน้อยอย่างปวดหัว เป็นไข้ ปวดเอว ปวดขา โปรดไปที่สถานีอนามัยประจำตำบล
ค่ารักษาโรคร้ายแรงคิดตามความเหมาะสม
——เฉินหยาง】
ติดประกาศเสร็จ เขาก็กลับเข้าห้องไปนอนต่อ
ตอนเช้ามีคนมาหลายคน ล้วนเป็นอาการเล็กน้อยทั้งนั้น
พูดตรง ๆ ก็คือพวกที่หวังจะเอาเปรียบ อยากให้เฉินหยางฝังเข็มให้ฟรี ๆ ไม่คิดเงิน หากไปสถานีอนามัยประจำตำบล อย่างน้อยก็ต้องจ่ายหลายสิบหยวน บางทีก็เป็นร้อย
พอเห็นประกาศบนกระดาษแดงของเฉินหยาง หลายคนก็ไม่ค่อยพอใจ
พวกเขาบ่นพึมพำว่า “ก็แซ่เดียวกัน เป็นคนตระกูลเดียวกัน ช่วยกันสักหน่อยไม่ได้หรือไง?” เฉินหยางนอนอยู่บนเตียง ทำเป็นไม่ได้ยิน
พอถึงเที่ยง ข่าวที่เฉินหยางไม่รักษาอาการเล็กน้อยก็ค่อย ๆ แพร่ไปทั่วหมู่บ้าน หลังมื้อกลางวันจึงไม่มีใครมาหาเขาให้ฝังเข็มอีก
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้ด้วย หยกมีน้ำทิพย์ก่อกำเนิดขึ้นมาทั้งหมดสี่หยด เฉินหยางใช้อีกหนึ่งหยดละลายทำเป็นน้ำทิพย์ขวดใหญ่
เขาให้ลุงใหญ่ดื่มน้ำทิพย์วันละแก้ว ตอนนี้อาการป่วยของลุงหายดีแล้ว แต่ทุกวันลุงยังยืนกรานจะออกไปทำงานในไร่ ปลูกผักผลไม้
หลายวันมานี้เฉินหยางยุ่งอยู่กับการรักษาคนและฝังเข็ม จึงมีเวลาบำเพ็ญเพียรไม่มากนัก เขาใช้ขวดแก้วใบเล็กเก็บน้ำทิพย์ที่เหลือไว้ แล้วใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง
บ่ายสองโมง หลี่เหมยมาหา
เธอสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์กับรองเท้าผ้าใบสบาย ๆ เสื้อยืดขับให้ช่วงอกของเธอดูอวบอิ่ม เมื่อเทียบกับเสื้อเชิ้ตที่ใส่เมื่อสองวันก่อน ก็ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ
“พี่สะใภ้ อาการดีขึ้นบ้างหรือยังครับ?” เฉินหยางต้อนรับเธอเข้าบ้าน
หลี่เหมยยิ้มอย่างเขินอาย “เสี่ยวหยาง พี่มาหาเพราะอยากให้ช่วยฝังเข็มครั้งที่สองน่ะ!”
“ได้ครับ เข้าไปในห้องกันเถอะ!”
คราวนี้คุ้นเคยกันแล้ว หลี่เหมยถอดเสื้อยืดเอง เผยให้เห็นชุดชั้นในสีดำ ก่อนจะนอนคว่ำลงบนเตียง
เฉินหยางหยิบเข็มเงินออกมาฆ่าเชื้อแล้วเริ่มฝังเข็ม
ปราณภายในไหลผ่านเข็มเล็ก ๆ เข้าไปในร่างของเธอ
