ใกล้เที่ยง เฉินหยางพาหวังเซียงหลานขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดในลานบ้านของตัวเอง
หวังเซียงหลานลงจากเบาะหลัง ก้มหน้ายืนอยู่ข้างรถ มือจับชายเสื้อแน่น
ซูเม่ยเอ๋อร์กำลังฝึกหมัดอยู่ใต้ต้นพุทราในลานบ้าน พอได้ยินเสียงก็หันมามอง
เมื่อเห็นเฉินหยาง ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย แต่พอเห็นหวังเซียงหลาน หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ตามเขามาด้วย
แววตาของเธอก็หม่นลงอีกครั้ง
ซูเม่ยเอ๋อร์เม้มปาก ไม่ได้เรียกอาจารย์เหมือนทุกครั้งที่เจอกัน
เธอยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ สายตาสลับไปมาระหว่างเฉินหยางกับหวังเซียงหลาน บนใบหน้ามีทั้งความไม่พอใจและความน้อยใจเจือความหึงหวงอยู่เล็กน้อย
หวังเซียงหลานยิ่งไม่กล้าขยับ เธอถึงกับถอยไปหลบหลังรถครึ่งก้าว อยากซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเฉินหยาง
“เซียงหลาน รอฉันแป๊บหนึ่งนะ ฉันจะไปชงน้ำยาที่เคยให้เธอดื่มให้สักแก้ว”
เฉินหยางพูดกับหวังเซียงหลาน ก่อนหมุนตัวเดินเข้าครัวไป
เขาเพิ่งเข้าไปในครัว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตูรั้ว
จ้าวถิงถิงกับหลี่เหมยกลับมาจากไซต์งานข้างบ้าน ในมือถือแบบแปลนก่อสร้างมาด้วย
พอทั้งคู่เข้ามาในลานบ้าน ก็เห็นหวังเซียงหลานยืนอยู่ข้างรถจักรยานยนต์
จ้าวถิงถิงไม่เคยพบหวังเซียงหลานมาก่อน จึงชะงักไป ไม่รู้ว่าเธอมาที่บ้านทำไม
แต่หลี่เหมยจำหวังเซียงหลานได้ทันที
“อาสะใภ้เซียงหลาน?” หลี่เหมยร้องทักพลางเดินเข้าไปหา
พอหวังเซียงหลานเห็นหลี่เหมย ใบหน้าก็แดงก่ำ เธอหันหลังคิดจะเดินออกจากลานบ้าน
“อาสะใภ้เซียงหลาน!” หลี่เหมยรีบสาวเท้าตามไปสองก้าวแล้วคว้าแขนเธอไว้
“อุตส่าห์มาแล้ว ทำไมไม่เข้าไปนั่งข้างในสักหน่อยล่ะ?”
“ฉะ...ฉันแค่ผ่านมา...” เสียงของหวังเซียงหลานเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“กับฉันยังต้องเกรงใจกันอีกเหรอ?” หลี่เหมยไม่ปล่อยมือ ทั้งยังจูงเธอไปทางห้องโถงใหญ่
ซูเม่ยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทรกขึ้นว่า “พี่ถิงถิง พี่เหมยจื่อ เธอเป็นคนที่อาจารย์เพิ่งขี่รถพากลับบ้านมานะ!”
หวังเซียงหลานก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม ใบหน้าแดงลามไปจนถึงลำคอ
จ้าวถิงถิงมองหวังเซียงหลาน แล้วหันไปมองทางห้องครัว ในใจก็พอเดาเรื่องราวได้เจ็ดแปดส่วน
