เฉินหยางโอบเหลิ่งปิงซวงพลิกตัวบนโซฟา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกดร่างเธอไว้ใต้ตัว
ใบหน้าของเธอแดงก่ำ แววตาพร่าเลือน ความเย็นชาที่ปกคลุมตัวเธออยู่เป็นประจำ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นเสน่ห์เย้ายวนสารพัด และกลายเป็นสายน้ำอ่อนโยน
เฉินหยางลุกขึ้น แล้วช้อนร่างเธอขึ้นมาในอ้อมแขน
เหลิ่งปิงซวงส่งเสียงร้องเบา ๆ ก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกเขา มือทั้งสองโอบรอบคอเขาแน่น
เฉินหยางอุ้มเธอเดินเข้าไปในห้องนอน
ห้องนอนไม่ใหญ่ แต่สะอาดเป็นระเบียบ
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ภายในห้องลอยเข้าจมูกเขา แสงไฟถนนด้านนอกส่องลอดม่านเข้ามา ทำให้มองเห็นห้องสลัว ๆ
เฉินหยางวางเธอลงบนเตียงโดยไม่ได้เปิดไฟ เตียงนุ่มมาก ร่างเธอยุบลงไปเล็กน้อย
เขาก้มมองแก้มที่แดงระเรื่อของเธอ แล้วมองเรือนร่างงดงามชวนหลงใหล
เหลิ่งปิงซวงลืมตามองเขาไม่กะพริบ ก่อนยื่นมือมาดึงคอเสื้อเขาไว้
เฉินหยางโน้มตัวลงตามแรงดึง จูบเธออีกครั้ง
คราวนี้จูบลึกซึ้งและเร่าร้อนกว่าเดิม มือของเขาก็เริ่มซุกซน ล้วงเข้าไปใต้กระโปรงของเธอ
ร่างเหลิ่งปิงซวงเกร็งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายลงหลังผ่านไปครู่หนึ่ง มือของเธอคลำหากระดุมเสื้อเฉินหยางเพื่อปลดออก
ภายใต้แสงไฟที่ส่องลอดมาจากด้านนอก ผิวของเธอขาวราวหยก เปล่งประกายอ่อนนุ่มในความมืดสลัว
เรือนร่างของเธอมีส่วนโค้งเว้างดงาม ตรงที่ควรผอมก็ผอม ส่วนที่ควรมีเนื้อก็มีไม่น้อย
มือเฉินหยางลูบผ่านเอว แผ่นหลัง และหน้าอกของเธอ ทุกครั้งที่สัมผัส ร่างเธอก็สั่นไหวเบา ๆ พร้อมเสียงครางแผ่วที่พยายามข่มไว้ในลำคอ
“เสี่ยวหยาง...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงเบา น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล ต่างจากยามปกติราวกับเป็นคนละคน
