เฉินหยางขับรถออกจากบ้านของเสิ่นเสี่ยวหลาน ระหว่างทางเขาได้รับโทรศัพท์จากเหลิ่งปิงซวง
“ปิงปิง ดึกป่านนี้โทรหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“เสี่ยวหยาง” น้ำเสียงของเหลิ่งปิงซวงยังคงเย็นชาเช่นเคย แต่หากฟังให้ดีจะได้ยินความอ่อนโยนที่มีต่อเฉินหยาง
“แม่บอกให้คุณมาที่บ้านพรุ่งนี้ กินข้าวด้วยกัน”
“ได้สิ ปิงปิง ผมควรไปกี่โมง?”
“มาตอนบ่ายก็พอ มากินมื้อเย็นที่บ้านฉัน”
“ได้ พรุ่งนี้บ่ายผมจะไป” เฉินหยางตอบตกลงโดยไม่ลังเล คำเชิญจากว่าที่แม่ยาย เขาต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อแม้
“เสี่ยวหยาง ขับรถระวัง ๆ ด้วยนะ!” เหลิ่งปิงซวงพูดจบก็วางสาย
……
บ่ายวันถัดมา เฉินหยางบอกจ้าวถิงถิงกับสาว ๆ ว่าจะไปบ้านเหลิ่งปิงซวง
“คุณน้าเหลิ่งชวนผมไปกินข้าวที่บ้าน คืนนี้ผมอาจกลับดึกหน่อย”
จ้าวถิงถิงยิ้ม “ไปเถอะ แม่ของปิงซวงเรียกคุณไป ต้องมีธุระแน่ ถ้าดึกมากก็ไม่ต้องรีบกลับ ค้างที่บ้านเธอสักคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับก็ได้”
หลี่เหมยเดินออกมาจากห้องครัว มือถือจานองุ่นที่ล้างแล้ว “เสี่ยวหยาง ไม่เอาของฝากไปให้คุณน้าหน่อยเหรอ จะไปมือเปล่าแบบนี้เลยหรือ?”
“ไม่ต้องหรอก” เฉินหยางโบกมือ
“ผมเอาน้ำยาที่ปรุงเองไปให้ปิงปิงกับคุณน้าขวดหนึ่งก็พอ คราวก่อนที่ให้ไปน่าจะดื่มหมดแล้ว”
ซูเม่ยเอ๋อร์นั่งฝึกใช้เข็มอยู่ใต้ต้นพุทรา พอได้ยินก็เงยหน้ามองเฉินหยาง มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร
ตอนนี้เธอเป็นแฟนของเฉินหยางแล้ว จูบกันก็จูบแล้ว กอดกันก็เคยกอดแล้ว
ทั้งคู่เหลือเพียงด่านสุดท้ายที่ยังไม่ได้ก้าวข้าม ตอนนี้ซูเม่ยเอ๋อร์กลับไม่หึงหวงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
หวังเซียงหลานกำลังกวาดพื้น เธอมองเฉินหยางพร้อมยิ้มให้ด้วยแววตาอ่อนหวาน
