ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบ เช้าวันถัดมา ฟ้ายังไม่ทันสาง
เสียงไก่ขันดังระงมเป็นระยะ ๆ จากในหมู่บ้าน สลับกับเสียงหมาบ้านเห่ากัดกัน
เฉินหยางตื่นแต่เช้า เขามองจ้าวถิงถิงที่ยังหลับสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปดูหลี่เหมยที่นอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่ในอีกห้อง
ตอนนี้ทุกคืนเขานอนห้องเดียวกับหลี่เหมย เพราะจ้าวถิงถิงกำลังตั้งครรภ์ จึงทำเรื่องอย่างว่าไม่ได้
หลังจากหลี่เหมยได้รับการปรนเปรอจนพอใจ พอถึงช่วงครึ่งหลังของคืนก็มักขอให้เฉินหยางไปนอนเป็นเพื่อนจ้าวถิงถิง จะปล่อยให้เธอนอนเหงาอยู่คนเดียวไม่ได้ อีกอย่าง หากเฉินหยางมาหาเธอบ่อยเกินไป หลี่เหมยเองก็แทบรับไม่ไหว
เฉินหยางเดินออกไปที่ลานบ้านอย่างเงียบเชียบ
เขาฝึกเคล็ดวิชาครบรอบหนึ่งวัฏจักรใต้ต้นพุทราในลานบ้านก่อน จากนั้นจึงฝึกหมัดต่อ
ไม่นานฟ้าก็สว่าง ลุงใหญ่เองก็ตื่นขึ้นมาเดินออกมาตักน้ำในลานบ้าน
พอเห็นเฉินหยางฝึกหมัดเสร็จแล้ว ก็ยิ้มพลางถามว่า
“ตื่นเช้าขนาดนี้เชียว? มัวแต่คิดเรื่องที่ดินผืนนั้นอยู่ใช่ไหม?”
เฉินหยางพยักหน้า “ครับ นัดกับอาหมิงหัวไว้แล้วว่าวันนี้ช่วงเช้าจะไปวัดที่ดินกัน”
“เดี๋ยวกินข้าวเช้าเสร็จ ลุงจะไปดูด้วย ช่วยหยิบจับอะไรสักหน่อย ขึงเส้น ปักธง ลุงยังพอทำไหว”
เฉินหยางย่อมไม่ปฏิเสธ ลุงใหญ่ตรากตรำทำงานมาทั้งชีวิต ถึงเวลาที่ควรได้พักผ่อนสบาย ๆ แล้ว ต่อไปบ้านหลังนี้ก็ถือว่าให้ลุงอยู่ด้วย ให้ลุงไปช่วยดูด้วยย่อมดีที่สุด
พอแปดโมงเช้า กินข้าวเช้าเสร็จได้ไม่นาน ก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังมาจากหน้าบ้าน
หัวหน้าหมู่บ้านเฉินหมิงหัวพาคนจากคณะกรรมการหมู่บ้านอีกสามคนเดินเข้ามา ทุกคนถือสายวัด ผงปูนขาว หลักไม้ และธงสามเหลี่ยมผืนเล็กมาด้วย เตรียมของไว้ครบครัน
