เช้าวันรุ่งขึ้นตอนแปดโมง เฉินหยางตื่นขึ้นมาอย่างกระปรี้กระเปร่า
ตั้งแต่สามทุ่มกว่าเมื่อคืนจนถึงตีสามกว่าในวันนี้ ทั้งสองสาวเหนื่อยแทบหมดแรงจากกิจกรรมบนเตียงที่กินเวลาหกชั่วโมง
จ้าวถิงถิงกับหลี่เหมยยังคงหลับสนิท นอนอยู่ข้างเขาคนละฝั่ง
เฉินหยางค่อย ๆ ลุกจากเตียงแล้วสวมเสื้อผ้า
เขาขยับตัวเบาที่สุด เพราะกลัวปลุกพวกเธอทั้งคู่
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ สองสาวก็เริ่มตื่น
จ้าวถิงถิงขยี้ตาพลางลุกขึ้นนั่ง ชุดนอนผ้าไหมเลื่อนหลุดจากไหล่ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนเป็นบริเวณกว้าง
เธอหาวหวอดแล้วถามว่า “เสี่ยวหยาง กี่โมงแล้ว? ทำไมไม่หลับต่ออีกหน่อยล่ะ?”
“แปดโมงแล้ว ผมปลุกพวกคุณหรือเปล่า?” เฉินหยางถามจากมุมชงชา
“ยังเช้าอยู่เลยนี่?” หลี่เหมยตื่นแล้วเช่นกัน เธอลุกขึ้นนั่ง ปล่อยให้เส้นผมยุ่งสยายลงบนแผ่นหลัง
เฉินหยางถือแก้วน้ำสองใบเดินออกมายื่นให้พวกเธอ “ดื่มน้ำพวกนี้ก่อน!”
วันนี้หยกแขวนผลิตน้ำทิพย์ออกมาหนึ่งหยด เขาดื่มไปสองในสามส่วน ส่วนที่เหลือเอามาผสมน้ำให้สองสาวดื่ม
เฉินหยางไม่ได้แบ่งน้ำทิพย์ให้พวกเธอคนละครึ่งหยดเหมือนเมื่อวาน เพราะหากดื่มมากเกินไปในคราวเดียว ร่างกายของทั้งคู่จะรับไม่ไหว
สองสาวรับแก้วไปดื่มรวดเดียวจนหมด พลังชีวิตและจิตใจก็ฟื้นคืนมาแทบจะทันที
“วันนี้ผมจะพาพวกคุณไปเดินเล่นที่ร้านหินหยกดิบ” เฉินหยางพูดพลางรับแก้วเปล่าจากมือทั้งคู่
จ้าวถิงถิงชะงักไป “นายคิดจะไปเล่นพนันหินจริง ๆ เหรอ? ร้านหินหยกดิบที่เราเดินผ่านเมื่อบ่ายวานใช่ไหม?”
“ใช่ ผมอยากไปดูหน่อย”
“ได้ยินมาว่าที่แบบนั้นน้ำลึกมากนะ” จ้าวถิงถิงลุกจากเตียงแล้วเดินมาหาเฉินหยาง
“ตัดทีเดียวจนสิ้นเนื้อประดาตัว ตัดทีเดียวกลับร่ำรวย ตัดทีเดียวขึ้นสวรรค์ ตัดทีเดียวตกนรก คนที่เล่นจนหมดเนื้อหมดตัวมีถมไป เสี่ยวหยาง ถ้านายอยากลอง พี่ไปเป็นเพื่อนก็ได้ แต่อย่าหมกมุ่นจนเกินไป เข้าใจไหม?”
“พี่ถิงถิงวางใจเถอะ ผมรู้ขอบเขตของตัวเอง!”
เฉินหยางโอบจ้าวถิงถิงไว้ แล้วจูบหน้าผากเธอเบา ๆ
“พี่กับเหมยจื่อไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน พวกเราค่อยออกไปกัน”
