หลังพี่สาวจ้าวลี่ผิงถูกตำรวจสืบสวนพาตัวไป ในห้องพักผู้ป่วยก็เหลือเพียงจ้าวเฟิงคนเดียว
เขาพิงหัวเตียง เหม่อมองเพดานอย่างไร้จุดหมาย ในหัวราวกับถูกพายุพัดกระหน่ำ ไล่ทบทวนชีวิตหลายปีที่อาศัยอำนาจของพี่สาวกับพี่เขยก่อเรื่องวางอำนาจไปเสียทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ
คิดไปคิดมา กลับไม่เคยทำเรื่องดี ๆ สักครั้ง
ลวนลามผู้หญิง ข่มเหงรังแกคนอื่น รีดไถเงินทอง...ทุกเรื่องล้วนเลวทรามทั้งสิ้น
เขานึกถึงครั้งแรกที่พบเฉินหยางในป่า ตอนนั้นอีกฝ่ายมีหญิงงามคนหนึ่งติดตามมาด้วย เขาเข้าไปหยอกล้อ แต่กลับถูกซ้อมเสียยับเยินตรงนั้น
จากนั้นก็นึกถึงตลาดในอำเภอเมื่อวันก่อน เขาจงใจเข้าไปแตะต้องผู้หญิงของเฉินหยาง แล้วยังรีดไถเธออีก
พอเฉินหยางตามมาถึง ก็ใช้ขาหมูฟาดจนสันจมูกเขาหัก แล้วหักแขนเขาอีกข้าง
แรงบีบที่ลำคอของเขาจากมือข้างนั้น พอนึกถึงทีไรก็ทำให้หนาวสะท้านไปทั้งตัว
ต่อมาเขารวบรวมคนมานับร้อย ถือมีดถือไม้พลองไปดักเฉินหยางกับผู้หญิงคนนั้นไว้ริมแม่น้ำ
แล้วผลเป็นอย่างไรล่ะ?
เฉินหยางแบกผู้หญิงคนหนึ่งไว้บนหลัง ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็จัดการคนของเขาไปครึ่งหนึ่ง
เมื่อวานเช้าจู่ ๆ เขาก็ไม่มีเสียง พูดอะไรไม่ออกอีกเลย
เช้านี้พี่เขยยังโทรศัพท์สั่งให้สถานีตำรวจประจำเมืองไปจับเฉินหยางอยู่เลย
แต่พอตกบ่าย ทุกอย่างก็พลิกผัน
พี่เขยถูกคนจากอำเภอพาตัวไป ส่วนพี่สาวก็ถูกตำรวจสืบสวนจับตัว
เรื่องราวที่ประดังเข้ามาราวกับฟ้าผ่าต่อเนื่อง ระเบิดขึ้นในหัวเขาทีละลูก
แรงระเบิดนั้นทำให้เขาบาดเจ็บไปทั้งตัว และทำลายเส้นสายที่คอยหนุนหลังเขาจนพังทลายไม่เหลือ
แม้จ้าวเฟิงจะเป็นคนเลว แต่ก็ไม่ใช่คนโง่
ในที่สุดเขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า มีคนบางประเภทที่เขาไม่ควรไปหาเรื่อง
เฉินหยางก็คือคนประเภทนั้น
ฝีมือการต่อสู้ยอดเยี่ยม คนเดียวล้มคนได้เป็นร้อย
มีเส้นสายและอิทธิพลมากพอจะโค่นผู้มีอำนาจสูงสุดของเมืองได้ด้วยโทรศัพท์ไม่กี่สาย
แถมยังมีวิชาแพทย์ประหลาดล้ำลึก เพียงบีบเบา ๆ ก็ทำให้เขากลายเป็นใบ้ได้
