หลังมื้อเย็น เฉินหยางเดินเข้าไปในลานบ้านวิลล่าของซูเม่ยเอ๋อร์ แล้วโทรหาหวังเว่ยเฉียง
“คุณหมอเฉินหรือครับ?” ปลายสายของหวังเว่ยเฉียงมีเสียงอึกทึกอยู่บ้าง คล้ายกำลังร่วมโต๊ะกินเลี้ยง “มีเรื่องอะไรก็บอกผมได้เลยครับ”
“คุณหวัง ผมอยากสอบถามเรื่องตระกูลหนึ่ง ไม่ทราบว่าคุณรู้จักตระกูลผู้ฝึกยุทธ์แซ่ฉินในเมืองหลวงมณฑลหรือเปล่า?” เฉินหยางถามตรง ๆ
“ตระกูลฉินหรือ? ผมรู้จักอยู่บ้าง แต่ไม่ค่อยรู้อะไรมาก คุณหมอเฉินมีเรื่องขัดแย้งกับตระกูลฉินหรือครับ?”
“ผมประมูลโสมอายุพันปีมาได้ต้นหนึ่ง วันนี้คนของตระกูลฉินตามมาถึงอำเภอชิงสือเพื่อแย่งโสม ผมเลยสั่งสอนพวกเขาไปยกหนึ่ง คุณหวังพอจะรู้เบื้องลึกของตระกูลฉินบ้างไหมครับ?”
หวังเว่ยเฉียงลดเสียงลงเล็กน้อย “ไม่ได้มีใครบาดเจ็บสาหัสใช่ไหมครับ? ภายนอกตระกูลฉินก็ทำธุรกิจ มีบริษัทของตระกูลอยู่
แต่ความจริงแล้วคนในตระกูลก็อยู่ในแวดวงยุทธ์เหมือนกัน ส่วนเรื่องรายละเอียด ผมไม่ค่อยทราบ ผมติดต่อกับคนในแวดวงยุทธ์ไม่มากนัก
คุณหมอเฉิน ผมจะส่งเบอร์โทรศัพท์ของคุณพ่อให้ คุณถามท่านโดยตรงได้เลย ท่านเองก็เป็นนักยุทธ์ แถมมีสหายเก่าอยู่ในยุทธภพ รับรองว่ารู้เรื่องของตระกูลฉินอย่างละเอียดแน่ครับ”
“ได้ครับ ขอบคุณคุณหวัง!”
“คุณหมอเฉิน ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ” หวังเว่ยเฉียงหัวเราะ “คุณช่วยชีวิตพ่อผมไว้ เรื่องแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ ช่วงสองสามวันนี้คุณพ่อพูดถึงคุณอยู่บ่อย ๆ บอกว่าคุณไม่เพียงมีฝีมือแพทย์ช่วยชีวิตคนได้ แต่ยังมีพลังต่อสู้ไม่ธรรมดา อนาคตของคุณต้องไปได้ไกลแน่”
“คุณหวังชมเกินไปแล้วครับ...”
หลังวางสาย เฉินหยางก็ได้รับข้อความทันที เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่หวังเว่ยเฉียงส่งมาให้
