เจียงหลินเห็นพี่เขยก้มหน้าลง หยดน้ำใส ๆ ร่วงลงบนพื้น
เขาทำได้เพียงยกมือตบไหล่พี่เขยเบา ๆ
“พี่เขยครับ ฟ้ามีลมมีฝน คนเราก็มีทั้งทุกข์ทั้งสุข ตอนนี้พี่ยังทำงานได้ แต่พี่สาวกับน้องหนูต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแบบนี้
ถ้าวันหนึ่งพี่เกิดเป็นอะไรขึ้นมา พี่คิดว่าพี่สาวกับน้องหนูจะต้องใช้ชีวิตแบบไหนครับ?”
“ถ้าผมเป็นพี่เขย ผมจะใช้โอกาสครั้งนี้ทดสอบคนในครอบครัวให้ดี ๆ
ดูสิว่าคนในบ้านเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่?
คนที่พึ่งพาได้มากที่สุดในโลกก็คือครอบครัวตัวเอง แต่คนที่หักหลังเราได้ง่ายที่สุดก็เป็นครอบครัวตัวเองเหมือนกัน”
“พ่อของเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งของผมเป็นแบบพี่เป๊ะเลย พอออกไปทำธุระก็เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง รถตกลงไปในหุบเขา
สุดท้ายก็กลายเป็นคนพิการ เป็นอัมพาตทั้งตัว
พอเกิดเรื่องขึ้นปุ๊บ เขากับเมียและลูกก็ถูกคนในบ้านไล่ออกจากบ้านทันที พี่น้องที่ปกติสนิทสนมกันดี กลับไม่เหลือความเห็นใจให้เขาเลย
พ่อแม่ที่ปากก็พร่ำบอกว่ารักเขานักหนา พอถึงเวลาคับขันกลับแยกครอบครัวเขาออกไปทันที ไม่ให้เงินสักแดงเดียว สุดท้ายเขากับเมียและลูกก็ต้องเร่ร่อนอยู่ข้างถนน
โธ่ น่าสงสารจริง ๆ ได้ยินว่าต้องเที่ยวขอข้าวขอทานประทังชีวิต
พี่เขยครับ ถ้าวันหนึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพี่ พี่คิดว่าคนในบ้านจะทำยังไงกับพี่?”
จางโหย่วไฉ่หลังงองุ้ม ศีรษะแทบจะทิ่มลงไปถึงพื้น
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ จางโหย่วไฉ่ก็รู้สึกราวกับหมอกที่บังตาถูกฟันผ่าออก เขาอยากรู้จนแทบทนไม่ไหว อยากรู้ว่าแม่กับพี่น้องจะทำกับเขาแบบนี้หรือเปล่า?
