เจียงหลินยืนอยู่ข้าง ๆ มองฉากตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
แม้แต่ในใจเขาก็ยังอดสงสัยไม่ได้ หรือว่าพี่เขยคนที่สองของเขาจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตระกูลจางกันแน่
ดูสิ พอแม่จางได้ยินลูกชายคนโตกับลูกชายคนที่สามร้องทุกข์ให้ฟัง ก็รีบหยิบเงินออกมาทันที ถ้าไม่ใช่เพราะความดีความชอบของลูกชายคนโตกับคนที่สาม จางโหย่วไฉ่ก็คงไม่มีทางได้เงินสองหยวนนี้
แต่เขาเชื่อแน่ว่าเงินที่ลูกชายคนโตกับคนที่สามได้ไปต้องมากกว่าที่จางโหย่วไฉ่ได้แน่นอน ไม่เห็นหรือว่าสองคนนั้นวิ่งไปห้องพยาบาลกันตั้งนานแล้ว
แม้แต่คนนอกอย่างเขายังรู้สึกว่าครอบครัวนี้ลำเอียงเกินไปแล้ว
มองพี่เขยคนที่สองแล้ว จู่ ๆ เขาก็รู้สึกสงสารจางโหย่วไฉ่ขึ้นมา
ชาติก่อน แม้เขาจะไม่มีฐานะอะไรต่อหน้าพ่อตาแม่ยาย แต่ในบ้านตัวเองก็คงเป็นคนที่พ่อแม่ลำเอียงเข้าข้างมากที่สุด เขาจึงไม่เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
แต่พี่เขยคนที่สองนี่ช่างน่าขมขื่นจนน่ากลัว
ตรากตรำทำงานหาเงินเพื่อครอบครัวนี้อย่างสุดกำลัง สุดท้ายกลับได้ผลตอบแทนเช่นนี้
ชาติก่อนคงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จางโหย่วไฉ่ถึงได้ยังมีกำลังใจเต็มเปี่ยม ทำงานหนักรับใช้ครอบครัวนี้ต่อไปอีกสิบปี
ชีวิตภายหลังของตระกูลจางก็ไม่เลว ไม่เพียงสร้างบ้านอิฐมุงกระเบื้อง ยังสร้างบ้านบนที่ดินในเขตหมู่บ้านให้ลูกชายคนโตกับคนที่สามแยกกันอีกด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะต่อมาพี่เขยคนที่สองถูกของหล่นทับจนเป็นอัมพาต เขาคงยังทำหน้าที่ลูกกตัญญูต่อไป
คงเป็นเพราะครั้งนี้เขาขยับปีกพัดโชคชะตา จนเกิดเหตุการณ์พิเศษเช่นนี้ขึ้นมา
เผยโฉมหน้ากากจอมปลอมระหว่างพี่เขยคนที่สองกับครอบครัวให้เห็นก่อนเวลา
