หมอขมวดคิ้ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
“ซิ่วหยุน เรารู้จักกันมาหลายปีแล้ว ฉันเป็นเพื่อนร่วมชั้นของพี่เซียว
ฉันพูดแบบนี้ก็เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอกับเด็ก เธอยอมผ่าคลอดเถอะ ถ้าไม่ผ่า ทั้งเธอและเด็กก็อันตรายทั้งคู่”
เจียงซิ่วหยุนมีเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก เธอกัดฟันพูดว่า
“ฉันไม่ผ่า!”
ถ้าไม่ใช่เพราะหมดแรงจนถูกเซียวเฉิงเหอพามาส่งที่โรงพยาบาลคนงาน ต่อให้ตายเธอก็ไม่มาที่นี่หรอก
หมอเวชปฏิบัติได้แต่ขมวดคิ้วแล้วเดินออกไป
“ใครเป็นญาติคนไข้? ใครเป็นญาติของเจียงซิ่วหยุน?”
เซียวเฉิงเหอรีบเดินเข้าไปหา
“คุณหมอครับ ผมเอง!”
“ผมขอแจ้งให้พวกคุณทราบหน่อยนะครับ
ตอนนี้อาการของคนไข้ค่อนข้างวิกฤต จำเป็นต้องผ่าคลอด แต่คนไข้ไม่ยอม เราจึงต้องขอความเห็นจากญาติ ถ้าพวกคุณเห็นด้วย เราจะเริ่มผ่าคลอดให้เธอทันที”
เซียวเฉิงเหอได้ยินแล้วก็เข้าใจทันที เขาพยักหน้ารัว ๆ
“พวกเราเห็นด้วยครับ เห็นด้วยให้ผ่า”
“ฉันไม่เห็นด้วย”
แม่เจียงเดินเข้ามาคว้าข้อมือหมอไว้ทันที
“คุณหมอ ลูกสาวฉันคลอดเองได้อยู่แล้ว ทำไมต้องผ่าด้วย?
คุณเป็นหมอเถื่อนหรือไง?
คุณรักษาลูกสาวฉันไหวไหม? ถ้าไม่ไหว เราจะย้ายโรงพยาบาล”
หมอเริ่มหมดความอดทน จึงพูดว่า “ญาติคนไข้ ใจเย็นก่อนครับ
ตอนนี้อาการของลูกสาวคุณค่อนข้างวิกฤต พวกเราประชุมปรึกษากันแล้วถึงเห็นว่าควรผ่าคลอด ถ้าคุณยังถ่วงเวลาแบบนี้ ก็เท่ากับกำลังเอาชีวิตลูกสาวคุณไปทิ้ง
ผมหวังว่าพวกคุณจะคิดให้ดี สรุปว่าจะผ่าหรือไม่ผ่าครับ?”
