ทั้งสี่คนตระกูลเจียงออกจากโรงพยาบาลทันที
เจียงซิ่วหยุนพาลูกนั่งรถแทรกเตอร์ ห่มผ้าคลุมมิดชิดจนแทบไม่เห็นตัว
กลับถึงบ้านแล้ว เธอวางลูกลงบนเตียงเตา ก่อนจะขึ้นไปนอนพัก
เจียงหลินเอ่ยว่า
“พี่ ต่อจากนี้ยังมีศึกหนักให้ต้องสู้ พี่ต้องดูแลร่างกายให้ฟื้นตัวดี ๆ”
เจียงซิ่วหยุนเงยหน้าขึ้น แล้วใช้แรงพยุงตัวลุกนั่ง
“ต้าหลินจื่อ พี่ไม่เกรงใจหรอกนะ ถ้าไม่ได้เธอช่วยไว้
ไอ้สัตว์เดรัจฉานนั่นคงหลอกพี่ไปทั้งชีวิต
ถ้าไม่ได้เธอช่วยพี่โดยบังเอิญ ชีวิตนี้ของพี่คงกลายเป็นเรื่องน่าขันไปแล้ว”
เจียงซิ่วหยุนรู้ดีว่าเซียวเฉิงเหอไม่มีทางยอมหย่ากับเธอง่าย ๆ
แต่เมื่อเกิดเรื่องแบบวันนี้ขึ้น ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องหย่ากับเซียวเฉิงเหอให้ได้ ทั้งคู่แตกหักกันไปแล้ว จะอยู่ด้วยกันต่อไปได้อย่างไร
เจียงซิ่วหยุนอุ้มลูกสาวที่หลับสนิทขึ้นมา น้ำตาก็ไหลพรากราวกับสายน้ำ
จะมีผู้หญิงคนไหนอาภัพเท่าเธออีก
แม้ตอนนี้จะเป็นปี 1985 แต่ในหมู่บ้านของพวกเขา มีลูกสาวบ้านไหนเคยได้ยินเรื่องหย่าร้างบ้าง
ในยุคนี้ ลูกสาวหรือลูกชายของบ้านไหนหย่ากัน ก็ถือเป็นเรื่องอื้อฉาว ทุกคนจะชี้นิ้วซุบซิบนินทาและตราหน้าครอบครัวนั้น
ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ ก็ไม่มีใครเอ่ยปากเรื่องหย่า
เซียวเฉิงเหอถึงได้มั่นใจในเรื่องนี้ จึงกล้าทำอะไรตามอำเภอใจเช่นนั้น
แค่เจียงซิ่วหยุนคิดว่าอีกฝ่ายเกือบจะสลับลูกที่ป่วยมาให้เธอเลี้ยง หัวใจก็แทบหยุดเต้นด้วยความหวาดกลัว
เจียงหลินหันหลังออกจากห้องไปยังห้องข้าง ๆ พ่อเจียงกับแม่เจียงนั่งเงียบกันอยู่ตรงนั้น สถานการณ์เป็นแบบนี้แล้ว สองสามีภรรยาจะพูดอะไรได้อีก
