หลังจากที่เฉียวจงกั๋วไปถึงอู่ติ้งแล้ว หน่วยสอดแนมที่ตระกูลเฉียวส่งมาไว้ที่ราชสำนักของแคว้นเป่ยก็ได้รับคำสั่งว่า ข้อมูลใด ๆ ก็ตามต้องส่งไปยังอู่ติ้งและจวนของตระกูลเฉียวในเมืองหลวงอย่างละแห่ง
ดังนั้นผ่านไปไม่กี่วัน เฉียวเทียนจิงและเฉียวเจียวเจียวก็ล่วงรู้ข่าวที่ว่าสนมหลี่ตั้งครรภ์ ในตอนนี้พี่น้องทั้งสองกำลังนั่งสนทนากันเรื่องนี้ภายในห้องหนังสือ
“ท่านพี่ใหญ่ ก่อนหน้านี้เรายังบอกว่าอ๋องจินอวี้จะปิดข่าวนี้เอาไว้อย่างมิดชิด ไม่นึกเลยว่าข่าวที่สนมหลี่ตั้งครรภ์จะกระจายไปทั่วอย่างรวดเร็วเช่นนี้”
ในตอนนี้เจียวเจียวดูท่าว่าจะสบายอกสบายใจยิ่งนัก ดูเหมือนทุกคนจะยอมรับและคุ้นเคยกับการที่เด็กน้อยพูดจาฉะฉานของนาง ทว่ากลับทะนุถนอมนางดั่งบุตรหลานอย่างแท้จริง
จิตใจที่เติบใหญ่กับรูปลักษณ์ภายนอกที่อ่อนเยาว์นั้นช่างขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ทว่าบนตัวของเจียวเจียวกลับประสานกลมกลืนกันได้อย่างน่าประหลาด
“เสิ่นหยวนไป๋รู้ถึงการมีอยู่ของยาตัวนี้ หากข่าวนี้ถูกเสิ่นหยวนไป๋แพร่ออกมา เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่า หลังจากการตรวจสอบของเขาแล้ว สนมหลี่ตั้งครรภ์จริง”
“ทว่าก็ใช่ว่าจะตัดความเป็นไปได้ที่ว่าอ๋องจินอวี้เป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาระวังเสิ่นหยวนไป๋อยู่ก่อนแล้ว จึงเล่นกลบังตาโดยดึงสนมคนหนึ่งออกมา อันที่จริงผู้ที่มีครรภ์นั้นเป็นผู้อื่น”
“เฮ้อ เรื่องนี้คงต้องดูกันว่า เสิ่นหยวนไป๋กับอ๋องจินอวี้ใครจะเหนือกว่ากัน”
เฉียวเทียนจิงฟังแล้วก็พยักหน้าด้วยความเห็นด้วย ทว่าลึก ๆ แล้วในใจของเขายังคงมีข้อสงสัยประการหนึ่ง
“น้องเล็ก อ๋องจินอวี้ตลอดหลายปีมานี้ไม่มีโอรสธิดาเลย ย่อมฟันธงได้ว่าผู้ที่มีปัญหาทางกายคือเขา”
“ทว่ายาตัวนี้เขาย่อมไม่มีทางกินเอง เหตุใดฝ่ายหญิงกินเข้าไปแล้วกลับสามารถตั้งครรภ์ได้เล่า เรื่องนี้ทำได้เช่นไร”