โรงสงเคราะห์ที่ขยับขยายเสร็จแล้วก็มีขนาดเพียงเท่านี้ เฉียวฉืออีเริ่มค้นหาจากทางซ้าย ส่วนเจียวเจียวกับท่านอาฉียวค้นหาจากทางขวา
ในที่สุด ก็พบตัวคุณยายหรงและคนอื่นๆ ที่สลบอยู่ ทว่ากลับไร้วี่แววของพี่เสี่ยวหลานผู้นั้น!
เฉียวเจียวเจียวร้อนใจยิ่งนัก
หรือว่าเมื่อครู่โจวปั๋วอาศัยจังหวะหลบหนี พาพี่เสี่ยวหลานไปด้วย?
“ท่านอาฉียว พวกเราไปดูที่ประตูหลังกันเถิด!”
ท่านอาฉียวรับคำสั่ง แล้วจึงอุ้มเฉียวเจียวเจียวข้ามกำแพงออกไปทันที
เมื่อมาถึงประตูหลัง ก็เห็นว่าที่นี่รกร้างระเกะระกะยิ่งนัก บนพื้นมีศพนอนเรียงรายอยู่หลายร่าง!
ท่านอาฉียวรีบเอามือปิดตาของเฉียวเจียวเจียวไว้ เพ่งมองอย่างละเอียด แล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
“คุณหนู ผู้ที่ตายคือองครักษ์ลับขององค์ชายรอง ไม่เห็นตัวโจวปั๋วและสตรีวัยเยาว์นั่นเลย!”
ในยามนี้ ร่างกายของเฉียวเจียวเจียวอ่อนล้าถึงขีดสุดแล้ว พลันได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในสายลม ก็เกิดอาการขย้อนอย่างกะทันหัน กลั้นไม่ไหวส่งเสียงขย้อนฮึดหนึ่ง
“คุณหนู!”
ท่านอาฉียวร้องเรียกด้วยความเป็นห่วง แล้วรีบอุ้มเฉียวเจียวเจียวมุ่งหน้าไปยังเรือนด้านหน้า
“คุณหนู บางทีโจวปั๋วอาจถูกจับกุมแล้ว เราไปถามคุณชายข้างหน้ากันเถิด”
เฉียวเจียวเจียวพิงซบอยู่บนบ่าหนากว้างของท่านอาฉียวอย่างไร้เรี่ยวแรง พยักหน้าอย่างอ่อนเปลี้ย
“ท่านอาฉียว เราอย่าเปิดเผยตัว เพียงซ่อนอยู่ในที่ลับตาก็พอ”
ท่านอาฉียวรีบพยักหน้า
ณ ที่แห่งนี้ นอกจากองครักษ์ลับของตระกูลเฉียวแล้ว ยังมีคนของไท่จื่ออีก การปรากฏตัวของคุณหนูต่อหน้าผู้คนย่อมไม่สมควรอย่างยิ่ง!
ท่านอาฉียวอาศัยเสียงต่อสู้เป็นแนวทาง อุ้มเฉียวเจียวเจียวคลำทางมาจนถึงด้านซ้ายของโรงสงเคราะห์
ตรงนี้เป็นที่ตั้งของกองฟืนที่จุดไว้ เปลวไฟยังลุกโชติช่วง ส่องสว่างไปทั่วทั้งบริเวณให้เจิดจ้าและอบอุ่น