เฉินหมิงฮวาเห็นเสี่ยวเป้ยลงกลอนประตูครัว ก็แทบโมโหจนอกแตกตาย...
“ไอ้เด็กเหลือขอ แกป้องกันใครอยู่?!”
เสี่ยวเป้ยจ้องนางตรง ๆ สีหน้าราวกับกำลังถามว่า ‘แล้วคิดว่าใครล่ะ?’
ถูกเด็กกว่าเหน็บแนมต่อหน้าคนมากมาย เฉินหมิงฮวาจะทนความอัปยศเช่นนี้ได้อย่างไร นางถกแขนเสื้อขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเป้ยทันที
ช่วงนี้เหลียงเชียนเซี่ยได้กินดีอยู่ดี ร่างกายจึงฟื้นฟูจนเลือดลมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีวิชาต่อสู้ที่นางฝึกไว้เพื่อป้องกันตัวในชาติก่อน แค่รับมือคนอย่างเฉินหมิงฮวาสองคนก็ยังไหว
ตอนเฉินหมิงฮวาพุ่งเข้ามา เหลียงเชียนเซี่ยคว้ามือนางแล้วเหวี่ยงข้ามไหล่ทันที
ท่วงท่าคล่องแคล่ว ไม่มีอืดอาดแม้แต่น้อย ร่างของอีกฝ่ายกระแทกพื้นอย่างแรง
เสียงร้องโหยหวนของเฉินหมิงฮวาดังก้องไปทั่วลานบ้าน
ชาวบ้านที่กำลังมุงดูต่างอ้าปากค้าง ราวกับเห็นผี
ใคร ๆ ก็รู้ว่าปกติเหลียงเชียนเซี่ยต่อหน้าพวกเขาเป็นคนเก็บตัว พูดน้อย อ่อนโยนว่าง่าย ขี้เกียจแต่ปากหวาน แถมยังคลั่งรักอยู่บ้าง ทว่านางไม่เคยลงไม้ลงมือกับใคร และไม่เคยแสดงท่าทีดุดันกับใครเลย
แต่ตอนนี้ไม่เพียงลงมือ ยังซ้อมพี่สะใภ้ของตัวเองอีกด้วย
นี่มันเห็นผีชัด ๆ...
“เหลียงเชียนเซี่ย กล้าดียังไงมาตีข้า ข้าจะสู้กับเจ้าให้ถึงที่สุด!”
เฉินหมิงฮวาที่ถูกเหวี่ยงลงพื้นมึนงงจนหัวอื้อ...
นางถูกนังสารเลวเหลียงเชียนเซี่ยตี!
แถมยังต่อหน้าคนตั้งมากมายอีกหรือ?
นับตั้งแต่แต่งเข้าบ้านเหลียงต้าจวิน นางก็เป็นใหญ่ในบ้าน ใครไม่ยอมเชื่อฟัง แค่ปากสกปรก ๆ ของนางก็พ่นคำด่าจนอีกฝ่ายแทบตายได้
แต่ผลกลับกลายเป็น...นางถูกตี
เฉินหมิงฮวาลุกจากพื้นแล้วพุ่งเข้าใส่เหลียงเชียนเซี่ย วันนี้นางจะทำให้นังสารเลวนี่ได้รู้เสียทีว่าทำไมดอกไม้ถึงแดงสดนัก...
เหลียงเชียนเซี่ยไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย นางปกป้องเด็กน้อยทั้งสองไว้ด้านหลัง พอเฉินหมิงฮวาโจมตีเข้ามา ก็จัดการอีกฝ่ายด้วยกระบวนท่าเดียว
นางเตะกวาดเข้าที่หน้าแข้งของเฉินหมิงฮวาจนล้มลง จากนั้นกดแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไพล่หลัง ใช้เข่ากดแผ่นหลังไว้แน่น แล้วคว้าหิมะบนพื้นยัดใส่ปากนาง
“ปากสกปรกนักใช่ไหม ยังจะด่าอีกหรือเปล่า?!”
“ยังกล้ารังแกลูกข้าอีก คิดว่าข้าเป็นแมวป่วยจริง ๆ หรือไง”
