เหลืออีกสิบวันก็จะถึงวันปีใหม่ ช่วงนี้เหลียงเชียนเซี่ยไปตลาดอีกหลายครั้ง แลกตั๋วปันส่วนมาได้ไม่น้อย
มันเทศกับแป้งมันฝรั่งในมิติถูกนำมาทำเป็นวุ้นเส้นทั้งหมด นางยังขายออกไปในตลาดได้ไม่น้อย โดยเฉพาะวุ้นเส้นมันฝรั่งที่ทุกคนชอบมากกว่าวุ้นเส้นมันเทศเสียอีก
ถั่วงอกเก็บไว้กินเองเพียงเล็กน้อย ที่เหลือแลกเป็นเงินกับคนในหมู่บ้านหรือในตลาดจนหมด
ตอนนี้กระเป๋าของเหลียงเชียนเซี่ยตุงไปหมดแล้ว ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกในตอนเพิ่งข้ามเวลามาใหม่ ๆ หายไปนานแล้ว
“แม่ พวกเราต้องเก็บของแล้วหรือ?”
เป่าเอ๋อร์ที่กำลังอ่านนิทานอยู่มองเหลียงเชียนเซี่ยซึ่งกำลังจัดห้องด้วยความสงสัย
หลายวันมานี้แม่เก็บกวาดทุกซอกทุกมุมในบ้าน ของบางอย่างยังถูกแม่ห่อใส่ถุงไว้ด้วย
พี่ชายบอกว่าพอพ้นปีใหม่ พวกเขาก็จะไปเรียนหนังสือที่ตัวเมือง
นางรู้ว่าการเรียนหนังสือหมายถึงอะไร
ที่ที่เรียนหนังสือมีเพื่อนมากมาย ได้เรียนรู้อะไรตั้งหลายอย่าง
เหลียงเชียนเซี่ยกำลังจัดเสื้อผ้าบุนวมกับผ้าห่มในบ้าน พอถึงฤดูใบไม้ผลิก็ต้องไปตัวเมือง ของชิ้นไหนยังใช้ได้ก็ต้องเอาไปด้วย ส่วนของที่ไม่ได้ใช้ นางจะยกให้ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านที่ไร้ลูกหลาน
“อืม ของในบ้านเยอะเกินไป แม่เลยจัดเสียหน่อย”
เสี่ยวเป้ยลงจากเตียงเตา “แม่ ข้าช่วยเอง”
เหลียงเชียนเซี่ยตอบว่า “ไม่ต้องหรอก เจ้าไปสอนน้องสาวอ่านหนังสือก็พอ”
จัดของในห้องเสร็จแล้ว เหลียงเชียนเซี่ยก็ไปที่ห้องเก็บของ ข้างในมีแต่บ่วงดักสัตว์ที่บิดาเหลียงใช้ตอนยังมีชีวิตและขึ้นเขาไปล่าสัตว์ วางกองอยู่ตรงมุมห้องทั้งหมด
เมื่อเห็นกองเหล็กพวกนี้ เหลียงเชียนเซี่ยก็นึกถึงเสียงเคลื่อนไหวที่ดังมาจากนอกกำแพงรั้วในยามดึกช่วงหลายวันมานี้
นางหยุดนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะถือบ่วงออกจากบ้าน
สหกรณ์ประชาคมในตัวเมือง
อวี๋หานกับพวกต้องรีบกลับเมืองหลวงไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว งานทางนี้ทำเสร็จไปเพียงครึ่งเดียว ทำให้พวกเขาไม่พอใจกันนัก
“รองหัวหน้าอวี๋ ปีหน้าเรายังต้องมาที่นี่อีกหรือ?”
“อืม โครงการนี้อยู่ในมือพวกเรา เว้นแต่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันที่แก้ไขไม่ได้ ก็ไม่มีทางส่งต่องานให้คนอื่นง่าย ๆ”
