ยามดึกสงัด ทุกบ้านต่างหลับใหลกันหมดแล้ว มีเพียงเสียงสุนัขเห่าเป็นครั้งคราวจากในหมู่บ้าน
ชายสี่คนลอบเข้าหมู่บ้านจากหลังเขา อาศัยแสงจันทร์นำทาง พวกเขานัดพบกับคนในหมู่บ้านก่อนจะมาหยุดอยู่ด้านนอกกำแพงล้อมลานบ้านตระกูลเหลียง
“ไม่เข้าทางประตูใหญ่จริงหรือ?”
“ยัยนั่นนิสัยแข็งกร้าว ถ้าเข้าทางประตูหน้า คืนนี้พวกเราคงไม่มีใครได้กลับไปแน่”
ชายที่พูดคือชายฉกรรจ์ซึ่งมาพร้อมแม่สื่อในวันนี้ เขาได้เห็นความร้ายกาจของเหลียงเชียนเซี่ยมาแล้ว หากเผชิญหน้ากันตรง ๆ คืนนี้พวกเขาอาจพาตัวนางไปไม่ได้
คนที่มารับช่วงต่อคือหัวหน้ากองการผลิต เขาไม่วางใจให้เหลียงต้าจวินจัดการเรื่องคืนนี้
“ตั้งแต่พ่อแม่ของนางจากไป ยัยนี่ก็ระแวดระวังตัวมากขึ้น ทำอะไรอย่างรอบคอบไว้ก่อนดีกว่า”
คนหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนกำแพง มองสำรวจสถานการณ์ภายในลานบ้าน เมื่อเห็นว่าในห้องทุกห้องดับไฟหมดแล้ว จึงกระโดดลงไป
ทันทีที่เท้าแตะพื้น ความเจ็บปวดรุนแรงก็แล่นพล่านจนเขาแทบอยากกรีดร้อง แต่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงก็รู้สึกเจ็บแปลบที่คอ ดวงตาพลิกค้าง ก่อนร่างจะล้มลงบนหิมะ
จากนั้นอีกคนก็กระโดดลงมาจากกำแพง แล้วฟาดพลองใส่เขาอย่างแรงอีกครั้งก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ส่งเสียง
โชคดีที่หิมะบนพื้นหนา ร่างที่ล้มลงจึงไม่ส่งเสียงดัง เลือดสีแดงสดไหลออกมาย้อมหิมะสีขาวอย่างรวดเร็ว ก่อนแผ่ขยายออกไปโดยรอบ
“พี่รอง ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง?”
คนที่รออยู่ด้านนอกกำแพงไม่ได้รับคำตอบจากคนข้างในเสียที จึงเริ่มเร่งเร้า
ผ่านไปหลายนาที เมื่อยังไม่มีเสียงตอบกลับ คนด้านนอกก็เริ่มกระวนกระวาย บางทีพวกเขาอาจตัดสินใจถอยหนี...
ในจังหวะนั้นเอง เสียงร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวก็ดังขึ้นกลางค่ำคืน ปลุกชาวบ้านที่หลับใหลให้ตื่น
