ตำรวจที่อยู่นอกห้องกำลังไล่คนในโถงทางเดินให้แยกย้าย ไม่ให้มามุงดู ส่วนตำรวจข้างในกำลังรีบหาทางปลดโซ่สุนัขที่ข้อเท้าของเด็กชาย ขอแค่ปลดได้ก็จะรีบพาเด็กส่งโรงพยาบาล
เด็กหญิงตัวน้อยตรงประตูถูกใครบางคนปิดตาไว้ทันที
“เหยียนเหยียน เราไปกันก่อนเถอะ ให้คุณตำรวจจัดการที่นี่นะ”
หญิงวัยสามสิบกว่า ๆ มีหน้าตาสะสวย ตอนนี้สีหน้าดูย่ำแย่เพราะภาพสลดตรงหน้า
หยางฮุ่ยอวิ๋นกลัวว่าภาพแบบนี้จะทิ้งเงามืดไว้ในใจลูกสาว จึงรีบปิดตาเซี่ยเหยียน แล้วคิดจะพาออกไปจากที่นี่
พอเห็นท่าทางคลุ้มคลั่งของผู้หญิงคนนั้น เธอก็เริ่มเสียใจที่โทรแจ้งตำรวจ
ใช่แล้ว ตำรวจเป็นคนที่เธอกับลูกสาวโทรเรียกมา เพราะเสียงด่าทอและเสียงข้าวของถูกปาของผู้หญิงคนนั้นดังต่อเนื่องมานานมาก
สองแม่ลูกเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน บ้านอยู่ชั้นล่าง ทุกสองสามวันก็ได้ยินเสียงดังมาจากชั้นบน แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่าข้างบนนั้นมีเด็กอยู่ด้วย
เด็กคนนี้ไม่เคยส่งเสียงร้อง ทั้งที่ถูกตีหนักขนาดนี้ เธอกลับไม่เคยได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กเลยสักครั้ง
วันนี้ชั้นบนส่งเสียงอึกทึกอยู่นานเกินไป เซี่ยเหยียนบอกว่าเสียงดังจนเธอรู้สึกกระวนกระวาย หยางฮุ่ยอวิ๋นถึงตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจ
ถ้ารู้แต่แรกว่าคนชั้นบนเป็นคนบ้า เธอไม่มีทางเข้ามายุ่งเรื่องนี้หรอก!
ดูสิ ขนาดเพื่อนบ้านที่นี่ก็ยังไม่มีใครสนใจ แต่ดันเป็นเธอที่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง แล้วถ้าคนบ้าจำฝังใจขึ้นมาจะทำยังไง!
ยิ่งคิดหยางฮุ่ยอวิ๋นก็ยิ่งกลัว กลัวว่าผู้หญิงบ้าคนนั้นจะจำหน้าเธอกับลูกสาวได้ จึงหันไปดึงเซี่ยเหยียนให้เดินกลับทันที
แต่เซี่ยเหยียนไม่ยอมไป
เธอจับมือหยางฮุ่ยอวิ๋นไว้ แล้วตบเบา ๆ สองที ก่อนปลอบกลับว่า “ไม่เป็นไรค่ะ แม่ หนูไม่กลัว”
เซี่ยเหยียนรู้ว่าหยางฮุ่ยอวิ๋นกลัวอะไร
แต่ความกังวลนั้นไม่จำเป็นเลย เพราะอีกไม่กี่วันผู้หญิงบ้าคนนี้ก็จะกระโดดตึกฆ่าตัวตายแล้ว ไม่มีทางมาแก้แค้นพวกเธอหรอก
ที่เซี่ยเหยียนรู้เรื่องพวกนี้ก็เพราะเธอมีบทเรื่องอยู่ในมือ
ที่นี่คือโลกในนิยาย ส่วนเด็กชายที่หมดสติอยู่บนพื้นตรงหน้า ก็คือเซิ่นเยี่ยน วายร้ายตัวฉกาจในภายหลัง
ส่วนเซี่ยเหยียนเป็นตัวประกอบที่ถูกระบบดึงเข้ามา แต่เกิดข้อผิดพลาดนิดหน่อย เธอมาเร็วเกินไป เนื้อเรื่องยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ
เดิมทีเธอควรทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบหญิงคนหนึ่ง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กประถมที่ไม่มีบทบาทอะไร
วายร้ายผู้เหี้ยมโหดและเด็ดขาดในนิยายต้นฉบับ ตอนนี้ยังเป็นแค่เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่
กว่าจะถึงจุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่องยังต้องรออีกสิบกว่าปี
สิ่งที่เซี่ยเหยียนต้องทำก็คือรอให้ระบบที่พึ่งพาไม่ค่อยได้ของเธอสะสมพลัง แล้วค่อยกระโดดข้ามเวลาอีกครั้ง ตรงไปยังช่วงที่เนื้อเรื่องเริ่มต้น
เธอมาอยู่ในโลกนี้ได้แค่เดือนเดียว ร่างเดิมมีสุขภาพอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย หลังผ่าตัดก็กลับบ้านเกิดมาพักฟื้น ตอนนี้พวกเธออาศัยอยู่ในตัวอำเภอของบ้านเกิด
บังเอิญว่าการย้ายบ้านครั้งนี้ทำให้เซี่ยเหยียนได้พบกับวายร้ายตอนเด็กเข้า
แม้จะได้ยินเสียงกรีดร้องของแม่เซิ่นเยี่ยนที่ทั้งทุบตีและด่าทอลูกชายจากชั้นล่างอยู่หลายครั้ง เซี่ยเหยียนก็ยังเลือกติดต่อแจ้งตำรวจ
ตามหลักแล้วเธอไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเนื้อเรื่องที่กำหนดไว้แล้ว แต่ระบบบอกว่าการแทรกแซงระดับนี้ไม่ส่งผลอะไร
ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็ตั้งใจจะตายอยู่แล้ว ให้เธอไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจสักสองสามวัน อย่างน้อยเด็กก็จะได้ถูกตีน้อยลงสักสองสามครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างเดิมเพิ่งผ่าตัดหัวใจมา ต้องพักผ่อนเป็นพิเศษ เซี่ยเหยียนโดนเสียงดังรบกวนจนแทบจะประสาทเสียอยู่แล้ว
เรื่องเมื่อครู่จึงเกิดขึ้น
ในที่สุดโซ่ก็ถูกปลด เพื่อนบ้านที่ยืนมุงอยู่เมื่อครู่ไม่รู้ว่าใครโทรเรียกรถพยาบาล รถพยาบาลก็มาถึงพอดี
ตำรวจคนหนึ่งอุ้มเซิ่นเยี่ยนตัวน้อยขึ้นมา แล้วรีบตรงไปยังรถพยาบาลที่จอดอยู่ด้านล่าง
ตอนเดินผ่านหน้าประตู เซี่ยเหยียนถึงเพิ่งสังเกตว่าเซิ่นเยี่ยนไม่ได้หมดสติ เขายังคงลืมตาขึ้นมาเพียงครึ่งเดียว
ใบหน้าบริเวณคิ้วและดวงตาเปื้อนเลือดไปหมด แต่ดวงตาดำสนิทกลับไร้ความรู้สึก เขาพยายามเงยหน้ามองกองอาหารที่อยู่บนพื้น
