จ้าวกระบี่หลุบตาลง มองไม่เห็นสิงซื่อหมิงอยู่ในสายตาเลยสักนิด
มู่จิ่วโจวมีคุณสมบัติเช่นนั้น
ในโลกนี้ คนที่คู่ควรให้เขาจับตามองมีไม่กี่คน
อู๋ไป๋ขมวดคิ้ว ความรู้สึกที่ถูกมองข้ามมันแย่จริง ๆ จึงเอ่ยปากว่า "ไม่มีใครบอกพวกแกหรือว่าเมืองจิ้นเจียงคือเขตต้องห้ามของหออสูรทมิฬ"
สิงซื่อหมิงตกใจ มองไปที่อู๋ไป๋ "แกรู้ฐานะพวกเราหรือ"
"ข้าไม่เพียงรู้ฐานะพวกแก แต่ยังรู้ด้วยว่าพวกแกจะมา เจ้าตำหนักห้า"
สิงซื่อหมิงตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
"เมืองจิ้นเจียงทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของข้า นับตั้งแต่พวกแกปรากฏตัว ข้าก็รู้แล้ว"
"เจ้าตำหนักห้า ในเมื่อมาแล้ว ข้าจะให้แกรู้จักว่าเขตต้องห้ามคืออะไร พวกแกทั้งหมดอยู่ที่นี่เสีย ใครก็อย่าหวังจะหนี"
อู๋ไป๋กล่าวเรียบเฉย แววตามีประกายสังหาร
"ปากกล้านัก"
ชายชราชุดดำผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังสิงซื่อหมิงส่งเสียงเหยียดหยาม ดวงตาสามเหลี่ยมเปล่งประกายเย็นชืด
เขามีฉายาว่าผู้อาวุโสไร้เงา มีชื่อเสียงกระฉ่อนทั่วแถบซีชวน วิชาตัวเบาของเขาอยู่ในระดับสูงล้ำ ว่ากันว่าว่องไวจนน่าทึ่ง แม้แต่ยอดฝีมือขั้นสวรรค์ก็มิใช่คู่ต่อกรของเขา
ผู้อาวุโสไร้เงาไม่ใช่คนของหออสูรทมิฬ สิงซื่อหมิงจ้างมาด้วยราคาสูง
จุดประสงค์ที่จ้างมาก็เพื่อรับมือกับมู่จิ่วโจวโดยเฉพาะ จะว่ารับมือก็เกินจริง เป็นการอาศัยความเร็วของผู้อาวุโสไร้เงาล่อให้จ้าวกระบี่ออกห่างไป
ผู้อาวุโสไร้เงายกมือ ประกายเย็นหลายสายพุ่งออกไป
