อู๋ไป๋ไม่คิดจะเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขาแสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่าจะกำจัดสิงซื่อหมิง
เมื่อครู่ที่สิงซื่อหมิงถามเขา ว่าผู้อาวุโสเก้าถูกอู๋ไป๋สังหารหรือไม่? อู๋ไป๋ตอบไปว่า ผู้อาวุโสห้าก็เช่นกัน
บอกสิงซื่อหมิงตรง ๆ ว่าวันนี้เขาไปไหนไม่ได้แล้ว
“ตูม!”
ร่างอู๋ไป๋ระเบิดพลังสะท้านฟ้า บารมีของคนเพียงผู้เดียวกดทับแรงกดดันที่ทั้งสี่ปล่อยออกมา
แม้เขาจะไม่ใช่จอมยุทธ์จักรพรรดิอีกต่อไป แต่ความอาจหาญและท่วงท่าไร้เทียมทานในอดีตยังคงอยู่
“ผ่านคืนนี้ไป หออสูรทมิฬก็จะไร้ผู้อาวุโสห้า”
อู๋ไป๋ปลดปล่อยพลังน่าเหลือเชื่อ ร่างพุ่งราวแสงดาว ทะยานเข้าหาผู้อาวุโสห้าราวกับสายฟ้าแลบ
หนึ่งหมัดซัดออก พลังหมัดสะเทือนฟ้า
ลำแสงหมัดน่าสะพรึงกลัวประดุจเกลียวคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรบ้าคลั่ง ม้วนทะลักออกมา ครอบคลุมทั้งสี่คนที่อยู่ตรงหน้าโดยตรง
สิงซื่อหมิงโกรธจัด เขาเป็นถึงเจ้าตำหนักที่ห้าแห่งหออสูรทมิฬ ขั้นสวรรค์ระดับกลาง กลับถูกอู๋ไป๋ต่อยกระเด็นเสียหน้า จึงคิดแต่จะหาทางกู้หน้าเพียงอย่างเดียว
แน่นอนว่าเขาไม่ได้รักหน้าขนาดเฮ่ออวิ๋นอี้ และไม่ถือสาให้ลูกน้องช่วยเลย
ทั้งสี่ลงมือพร้อมกัน พลังน่าสะพรึงสี่สายรวมตัวกัน เดิมเป็นแม่น้ำลำธาร มาบรรจบกลายเป็นทะเล คลื่นพลังมหาศาลพลุ่งพล่านกลางอากาศ
พลังที่ร้ายกาจถึงขีดสุดปะทะเข้าด้วยกัน
เสียงตูมดังสนั่น แก้วหูแทบแตก!
แต่ที่ทำให้ทั้งสี่สยดสยองก็คือ พลังของพวกเขาถูกแสงหมัดของอู๋ไป๋บดขยี้จนระเบิดกระจายกลายเป็นละอองแสงเต็มฟ้า
พายุหมุนพล่านกระจายออกไปรอบทิศ
