เรือใหญ่เข้าใกล้ขอบเขตหุบเขาเหมยฮวา
“เฒ่ามู่ หนึ่งปีที่ไม่ได้พบเจ้าหุบเขาเจียง ใกล้จะได้เจอแล้ว ตื่นเต้นไหม”
อู๋ไป๋ยิ้มเย้า
มู่จิ่วโจวหน้าแดง พูดอึกอักไม่รู้จะตอบอะไรดี
ซีเหมินอวิ๋นอี้ดูถูก “ชายหญิงรักใคร่เป็นเรื่องปกติ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเขินอายนัก”
“อย่าเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน หน้าไม่อาย” อู๋ไป๋ถีบเขาหนึ่งที
“เฒ่าอู๋ อย่าบีบให้ข้าตบก้นนายล่ะ”
อู๋ไป๋มุมปากกระตุก
หลินตั้นจวงเดินเร็วเข้ามา “คุณคะ ข้างล่างเหมือนมีคนประลองกันอยู่”
อู๋ไป๋ชะงักเล็กน้อย
ที่นี่เป็นอาณาเขตของหุบเขาเหมยฮวา คงไม่ใช่ว่าหุบเขาเหมยฮวามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกระมัง
“พวกนายไปต่อ ข้าลงไปดูหน่อย”
มู่จิ่วโจวพูด “ข้าไปด้วย”
อู๋ไป๋พยักหน้า เขารู้ว่ามู่จิ่วโจวเป็นห่วงเจียงอิ้งเยว่ว่าจะมีอันตรายอะไร
“พวกนายไปต่อ ข้ากับเฒ่ามู่ลงไปดู”
“ข้าก็จะไป อวดเทพไม่พาข้า ระวังฟ้าผ่า” ซีเหมินอวิ๋นอี้ตะโกน
อู๋ไป๋กลอกตา
ทั้งสามพุ่งตัวออกจากเรือใหญ่ ลงมาจากกลางอากาศ
ทางเดินเข้าหุบเขาเหมยฮวา หญิงสาวรูปร่างอรชรเจ็ดแปดคน สวมชุดสีม่วงกำลังหนีตาย บนร่างเปื้อนเลือด มองแวบเดียวก็รู้ว่าบาดเจ็บ
ส่วนคนที่ไล่ตาม มีเพียงคนเดียว
ชายหนุ่มสวมเสื้อแพรแพรวพราว อายุไม่เกินสามสิบ หน้าตาหล่อเหลา ทว่าถูกทำลายด้วยรอยยิ้มลามกบนใบหน้า
หยวนซื่อเฟิง บุตรหลานตระกูลหยวนในเซียนยวี่ อัจฉริยะที่มีอายุไม่ถึงสามสิบปี แต่มีพลังยุทธ์ถึงขั้นเทพขั้นสมบูรณ์
หยวนซื่อเฟิงเหมือนแมวเล่นหนู สีหน้าเปื้อนยิ้มลามก ก้าวตามไม่เร็วไม่ช้าไล่ตามสาวชุดชมพูที่หนีไปข้างหน้า
เพราะเขารู้ดีว่า หากสาวพวกนี้บินไม่ได้ ก็ไม่มีทางหนีรอดจากเงื้อมมือเขาไปได้
สาวชุดชมพูพวกนี้มองก็รู้ว่าเป็นศิษย์หุบเขาเหมยฮวา
พวกนางเอาแต่วิ่งหนี ไม่ทันรู้ตัวว่าข้างหน้ามีคนรอพวกนางอยู่
หนึ่งลี้ข้างหน้า ชายหนุ่มสองคนที่มีสีหน้าเหลาะแหละ หันหลังพิงกันนั่งบนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง รอคอยเหยื่อ
เฮ่อเทียนหยาง เฮ่อเทียนตี้ ปัจจุบันเป็นกำลังสำคัญของเซียนยวี่
สองคนนี้เป็นพี่น้องแท้และเป็นฝาแฝด หน้าตาเหมือนกันทุกประการ
