ราชาเลือดพิฆาตซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงร้างแห่งหนึ่ง มองอู๋ไป๋ด้วยสายตาเย็นชา
“เป็นคนที่รับมือยากจริง ๆ”
ราชาเลือดพิฆาตพึมพำเบา ๆ
ดวงตาของเขาเป็นประกายอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นมือทั้งสองก็ทำการรวมอิน
เมื่อเขารวมอินเสร็จ เพชฌฆาตโลหิตก็เริ่มหายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ ราชาเลือดพิฆาตก็เงยหน้าขึ้นมอง แต่กลับต้องตกใจขึ้นมาทันที
อู๋ไป๋ที่กำลังฝึกวิชาอยู่ตรงนั้นหายไปแล้ว
ราชาเลือดพิฆาตรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นในทันที เขาค่อย ๆ หันศีรษะไป
ก็เห็นอู๋ไป๋ยืนยิ้มอยู่ห่างออกไปไม่ไกลด้านหลัง
“ในที่สุดก็จับหนูตัวนี้ได้เสียที”
อู๋ไป๋พุ่งเข้ามาหาดั่งสายฟ้าแลบ
ราชาเลือดพิฆาตตกใจมาก ร่างของเขาวูบไหวแล้วก็หายไป
แต่เขาไม่นานก็ค้นพบว่าตัวเองมาอยู่ในมิติที่แปลกถิ่น
ที่นี่เต็มไปด้วยปราณมรณะที่พลุ่งพล่าน ทัศนวิสัยของเขาหายไปสนิท เบื้องหน้ามืดมิดไปหมด
ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือพลังฝึกตนของเขากำลังลดลงเรื่อย ๆ
แย่แล้ว...เขาเข้าใจได้ในทันที นี่ต้องเป็นฝีมือของอู๋ไป๋แน่
“ฟิ้ว...”
เสียงลมทะลวงอากาศดังขึ้น
ฝีมือของราชาเลือดพิฆาตนับว่าไม่เลวเลย เขาตอบสนองอย่างว่องไว หมุนตัวอย่างรุนแรง พุ่งฝ่ามือหนึ่งออกไปทางด้านหลัง
แต่กลับมีพลังคล้ายวายุรุนแรงสายหนึ่งพัดเฉียดผ่านร่างเขาไป
“ฉึก” เสียงหนึ่งดังขึ้น
ราชาเลือดพิฆาตรู้สึกปวดแปลบที่บั้นเอว เขาเอื้อมมือไปลูบตามสัญชาตญาณ ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่มือรู้สึกแฉะ ๆ คงเป็นเลือดแน่นอน
“อู๋ไป๋ เจ้าคนต่ำช้าเอ๊ย ถ้าแกแน่จริงก็ออกมาต่อสู้กับฉันตัวต่อตัวอย่างลูกผู้ชายสิ”
แต่สิ่งที่ตอบเขากลับเป็นพลังวายุอีกสายหนึ่ง
