“ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พวกเราควรกลับกันได้แล้ว”
การเดินทางครั้งนี้เก็บเกี่ยวได้มาก
สิ่งที่ได้มากที่สุดคือมีลูกสาวเพิ่มอีกคน
อู๋ไป๋อุ้มเด็กหนึ่งคนต่อหนึ่งมือ หน้าบานอย่างมีความสุข
ต่อไปถ้าหลินตั้นจวงมีลูกให้เขาอีกสองคน ตระกูลอู๋ก็จะรุ่งเรืองเฟื่องฟูในรุ่นของเขาแล้ว
ตระกูลอู๋สืบทายาทเพียงคนเดียวมาตลอด การเชิดชูวงศ์ตระกูลและขยายผังกิ่งก้าน เป็นหน้าที่ที่ต้องพึ่งอู๋ไป๋แล้ว
“ชิงหลวนกำลังทำอะไรน่ะ”
ตอนที่ทุกคนเตรียมจะไป ก็พบว่าชิงหลวนนั่งยองอยู่ไกลๆ ไม่รู้กำลังค้นคว้าอะไร
บริเวณนั้นเป็นที่ตั้งค่ายกลก่อนหน้านี้ ถูกสายฟ้าฟาดโจมตีอยู่พักใหญ่เต็มไปด้วยรอยไหม้ดำ รอยแยกกระจายไปทั่ว
อู๋ไป๋และคนอื่นๆเดินเข้าไปใกล้ ถึงพบว่าชิงหลวนกำลังจ้องมองรอยแยกแห่งหนึ่ง
“ชิงหลวน เจ้าดูอะไรอยู่”
ชิงหลวนทำหน้าเหม่อ ไม่ตอบสนอง
อู๋ไป๋ส่งเจ้ากลมน้อยและถังถังให้หลินตั้นจวงกับถังเป่าเอ๋อร์อุ้ม แล้วเดินไปนั่งยองข้างๆชิงหลวน
ชิงหลวนหยิบก้อนหินขึ้นมาหนึ่งก้อน แล้วโยนลงไปในรอยแยก
อู๋ไป๋ตอนแรกไม่เข้าใจ แต่พอผ่านไปนาน จากใต้รอยแยกก็มีเสียงสะท้อนทุ้มต่ำดังขึ้น
“ข้าเข้าใจแล้ว ใต้ดินนี้กลวง”
ซีเหมินอวิ่นอี้เดินเข้ามาใกล้ กล่าวว่า “หรือที่ท่านเดาก่อนหน้านี้จะถูก มีโบราณสถานแห่งหนึ่งอยู่ที่นี่จริงๆ”
ตอนที่ซีเหมินอวิ่นอี้ค้นพบต้นไม้ผลแปลงกาย เขาได้สำรวจภูมิประเทศโดยรอบ
ต้นไม้ผลแปลงกายไม่อาจเติบโตบนพื้นดินได้โดยไม่มีใครพบ คำอธิบายเพียงอย่างเดียวคือการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้มันขยับจากใต้ดินขึ้นมาบนดิน
