เมื่อเย่อู๋จี๋ได้สติหันไปมอง ก็อึ้งไปเลย
เห็นเพียงอู๋ไป๋และพรรคพวก ทั้งหมดนั่งอยู่บนหลังคาบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
พวกเขานั่งเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ เอาศอกวางบนเข่า มือเท้าคาง ทำท่าเตรียมดูมวย
ซีเหมินอวิ๋นอี้มีแสงสว่างแวบขึ้นที่มือ กลับมีเมล็ดแตงโมออกมาอีกหลายซอง
“โอ้ย นายถึงกับเอาเมล็ดแตงโมมาด้วยเหรอ”
อู๋ไป๋เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ซีเหมินอวิ๋นอี้หัวเราะร่า “ก่อนมาก็ไปซื้อของมาไม่ใช่เหรอ ก็เลยหยิบเมล็ดแตงโมติดมือมาสองสามซอง”
“ใช่รสพะโล้ไหม”
“เหมือนจะมีหลายรส”
ถังเป่าเอ๋อร์พูด “ฉันเอารสเนย”
“ฉันเอารสธรรมชาติ”
ซีเหมินอวิ๋นอี้โยนเมล็ดแตงโมให้พวกเขา
“เฒ่าอู๋ นายเอารสพะโล้ใช่ไหม”
อู๋ไป๋พยักหน้า รับเมล็ดแตงโมที่ซีเหมินอวิ๋นอี้ส่งให้ ฉีกซอง แกรกๆ เคี้ยวกิน
“เฒ่าเย่ มานั่งนี่” อู๋ไป๋โบกมือให้เย่อู๋จี๋ที่หน้าตาตะลึงงัน
เย่อู๋จี๋ถูกสะกดทั้งข้างนอกและข้างใน สมองมึนงงไปหมด
เจ้านายกำลังเสี่ยงชีวิต ลูกน้องกลับหลบไปดูมวยอยู่ไกลๆ แล้วยังนั่งแทะเมล็ดแตงโมอีก พลิกมุมมองไปเลย
เขาหันไปมองมวลหมอกมารที่พวยพุ่งทะมึนราวกับเมฆบังฟ้า แล้ววิ่งไปทางอู๋ไป๋
“ไอ้บื้อ ให้ที่เฒ่าเย่หน่อย”
ซีเหมินอวิ๋นอี้ขยับไปข้าง ๆ ให้เย่อู๋จี๋นั่งลง
อู๋ไป๋หยิบเมล็ดแตงโมมากำหนึ่งยัดใส่มือเย่อู๋จี๋ “มาๆ อย่าเกรงใจ”
เย่อู๋จี๋มุมปากกระตุกไม่หยุด
“พวกนายทำแบบนี้มันเหมาะสมแล้วเหรอ”
อู๋ไป๋คิดแล้วพยักหน้า “ไม่ค่อยเหมาะสมจริงๆ ไอ้บื้อเอาน้ำออกมาสองสามขวด กินเมล็ดแตงโมเยอะๆ มันร้อนในง่าย”
