หัวหน้าหน่วยอารักขาเหลือบตามองอย่างดูแคลน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "โอ๊ะ ยังมีคนชอบเสือกอีก รุมมันเลย มีเรื่องข้าแบกรับเอง"
หลินฉิงโกรธแทบบ้า อู๋ไป๋คือความหวังเดียวที่จะช่วยชีวิตน้องสาวเขา ไอ้พวกนี้นอกจากจะทำร้ายอู๋ไป๋แล้ว ยังคิดจะทำร้ายเขาอีก?
"เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะตีข้า?"
หัวหน้าหน่วยอารักขายิ้มเยาะอย่างดูแคลน "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ตีเจ้าแล้วทำไม?"
หลินฉิงหน้าเขียวด้วยความโกรธ คำรามลั่น "ไอ้พวกสารเลว กินของข้า ดื่มของข้า ข้าจ่ายค่าจ้างให้พวกเอ็ง พวกเอ็งกลับจะตีข้า?"
หลินฉิงเดินไปตรงหน้าหัวหน้าหน่วยอารักขา "มา มาเลย ตีข้าสิ ถ้าเอ็งแตะเส้นผมข้าแม้แต่เส้นเดียว ข้าจะฆ่าเอ็ง"
หัวหน้าหน่วยอารักขางงงัน ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้แล้วว่าฐานะของหลินฉิงไม่ธรรมดา
แต่หลินฉิงไม่สนใจ ง้างมือตบฉาดเข้าเต็มแก้มจนหัวหน้าหน่วยอารักขาเซถลาหลายก้าว
"ตีข้าสิ ตีเลย"
"เพี้ยะ!"
สะบัดมือตบอีกฉาด
หัวหน้าหน่วยอารักขากุมแก้ม ถูกอำนาจของหลินฉิงข่มจนตัวสั่น เอ่ยปากอ่อน "ทะ ท่านเป็นใครกันแน่?"
"จำใส่กะโหลกไว้ ข้าชื่อหลินฉิง ห้างหงหยวนทั้งหมดนี้เป็นของตระกูลข้า คิดว่าข้าเป็นใคร?"
หัวหน้าหน่วยอารักขาตกใจแทบสิ้นสติ ที่แท้ชายผู้นี้คือเสาหลักผู้เป็นดั่งนายเหนือหัวของพวกตน คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลิน
หลินฉิงแผดเสียง "เอ็งไม่ใช่จะตีข้าหรอกหรือ? ทำไมไม่ลงมือ?"
หัวหน้าหน่วยอารักขาพยายามฝืนยิ้ม แต่สีหน้ายิ่งแย่กว่าร้องไห้ "คุณชายหลิน เรื่องเข้าใจผิด ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด"
พูดพลางชี้นิ้วไปทางอู๋ไป๋ "เขาเป็นคนก่อเรื่องก่อน เขาลงมือก่อน"
"เพี้ยะ!"
หลินฉิงสะบัดมือตบอีกฉาด
"บังอาจ! ท่านหมออู๋จะตีคนโดยไม่มีสาเหตุได้อย่างไร? ดูนิสัยสันดานพวกเอ็งสิ แค่ปลายนิ้วเท้าข้าก็คิดออกว่าใครผิดใครถูก"
หลินฉิงด่าพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเบอร์โทรออก "จางเฉิงเฟิง ข้าอยู่โซนเสื้อผ้าเด็กรีบไสหัวมารายงานตัวเดี๋ยวนี้"
หัวหน้าหน่วยอารักขาหน้าซีดราวกับพ่อแม่ตาย กุมแก้มตัวสั่นไม่กล้าปริปาก
ยากจนอย่าชนกับร่ำรวย ร่ำรวยอย่าชนกับขุนนาง นั่นคือสัจธรรมที่ไม่มีวันเปลี่ยน
หลินฉิงตบจนหน้าเขาบวมเป่ง แต่ในใจกลับไม่กล้าผูกใจเจ็บแม้แต่น้อย แม้แต่ยังอธิษฐานในใจขอให้หลินฉิงอย่าถือสาเขาเลย
คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลิน หากต้องการขยี้คนกระจอกอย่างเขา ช่างง่ายดายเกินไปนัก
หลินฉิงวางสายแล้ววิ่งมาหยุดตรงหน้าอู๋ไป๋ พลันเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม เอาใจถาม "ท่านหมออู๋ ต้องขออภัยอย่างยิ่ง ข้ามาช้าไป ท่านไม่เป็นอะไรนะขอรับ?"
อู๋ไป๋มองเขาอย่างเย็นชา กล่าวว่า "ผู้ใดก็ตามที่ข้องแวะกับตระกูลหลิน ล้วนบังอาจนัก"
หลินฉิงใจกระตุกวาบ รอยยิ้มบนหน้าแข็งค้าง
โรคร้ายของน้องสาวเขาจะรักษาหายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของอู๋ไป๋เพียงผู้เดียว
หลินฉิงประสานมือยิ้มเจื่อน "ท่านหมออู๋ เรื่องที่โรงพยาบาลเป็นความผิดของพวกเราเอง ข้าขออภัยท่านด้วย ขออภัยขอรับ!"
กล่าวจบ หันขวับไปทางพวกยาม ตวาดลั่น "ยังยืนบื้อกันอยู่อีก? รีบไสหัวมารวมตัวขอขมาท่านหมออู๋เดี๋ยวนี้"
หน่วยอารักขาหลายนายพร้อมพนักงานสาวเดินเข้ามา โค้งคำนับอู๋ไป๋
"ขออภัยขอรับ/ขออภัยเจ้าค่ะ!"
หัวหน้าหน่วยอารักขาหน้าด้านยิ้มประจบ "ท่านหมออู๋ เรื่องนี้เป็นความผิดของพวกเราเอง ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง อย่าถือสาคนกระจอกเช่นเราเลย"
พูดพลางส่งสายตาให้พนักงานสาวเป็นระยะ
พนักงานสาวเอ่ยขออภัยอย่างไม่เต็มใจนัก
"เจ้าควรกล่าวขออภัยกับบุตรีของข้า"
พนักงานสาวกัดฟัน หันไปกล่าวขออภัยกับถังถังอย่างฝืนใจ
อู๋ไป๋เก็บทุกอากัปกิริยาของนางไว้ในสายตา อดหัวเราะเย้ยในลำคอมิได้ กล่าวกับหลินฉิง "อยากรักษาโรคร้ายของน้องสาวเจ้าหรือไม่?"
หลินฉิงรีบพยักหน้า "ท่านหมออู๋ เรื่องก่อนหน้านี้ล้วนเป็นความผิดของพวกเราเอง ขอทานโปรดช่วยน้องสาวข้าด้วยเถิด"
"อยากให้ข้าช่วยน้องสาวเจ้า? ง่ายดายนัก ไล่พวกเขาทั้งหมดออกให้หมด"
หน่วยอารักขาและพนักงานสาวพลันตื่นตระหนก ที่นี่ไม่เพียงแต่ค่าจ้างสูง สวัสดิการยังดีเลิศ พวกเขาไม่อยากสูญเสียงานนี้ไป
พนักงานสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงคับแค้น "พวกเราขออภัยแล้วนะ ท่านอย่าใจไม้ได้หมอนักเลย"
"ไม่ใช่ทุกคำขออภัยที่จะได้รับคำว่าไม่เป็นไรเสมอไป พวกเจ้าพูดขออภัย ข้าก็ต้องให้อภัยพวกเจ้าหรือ?"
"ข้าผู้นี้ถือคติแค้นฝังหุ่น เจ้าควรดีใจที่วันนี้บุตรีของข้าอยู่ด้วย หากมิใช่เพราะกลัวทำให้นางหวาดกลัว สิ่งที่พวกเจ้าต้องเสียไปคงมิใช่งาน... แต่เป็นชีวิต"
ดวงตาอู๋ไป๋เรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความรู้สึกใดเจือปน
ทุกคนในที่นั้นพลันรู้สึกเย็นเยือกจรดไขสันหลัง พวกเขารู้สึกได้ว่า อู๋ไป๋ไม่ได้ล้อเล่น เขาจริงจัง
ทันใดนั้น ชายวัยสี่สิบเศษผู้หนึ่งในชุดสูท ผมบางศีรษะล้าน รีบร้อนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"คุณชายหลิน ท่านมาแล้วเหตุใดไม่โทรศัพท์แจ้งสักหน่อย ให้ข้าออกไปรับท่าน?"
หลินฉิงยิ้มเยาะ "ข้ากล้าใช้การใหญ่ให้ผู้จัการจางเมื่อใดกัน?"
จางเฉิงเฟิงเป็นผู้จัดการของที่นี่ ห้างแห่งนี้อยู่ภายใต้การรับผิดชอบของเขา เขาเป็นม้าน้ำตาโบ๋ ได้ยินเช่นนี้พลันตกใจเหงื่อโซมกาย
"คุณชายหลิน ตกลงเกิดเรื่องใดขึ้นขอรับ?"
หลินฉิงชี้ไปที่พวกหน่วยอารักขา "ไอ้พวกนี้เป็นพวกที่เจ้าคัดเข้ามาใช่หรือไม่? ถ้าดวงตาเจ้าไร้ประโยชน์ก็เอาไปบริจาคเสีย เจ้ารับของชั้นต่ำอะไรเข้ามา เกือบทำร้ายแขกคนสำคัญของข้า แถมยังร้องจะตีข้าอีก นี่คือวิธีบริหารงานของเจ้า?"
จางเฉิงเฟิงเหงื่อไหลเป็นทางบนหน้าผาก เหลือบมองพวกหน่วยอารักขาอย่างอาฆาต
"คุณชายหลิน วางใจเถิด เรื่องนี้ข้าจะสอบสวนให้กระจ่างแล้วให้คำตอบแก่ท่าน"
หลินฉิงยิ้มเย็น "สอบสวนหาปลา? ไล่ไอ้โง่พวกนี้ไสหัวไปให้หมด รวมทั้งเจ้าด้วย ถ้าเกิดเรื่องเช่นนี้อีก เจ้าก็ไสหัวไปด้วย"
"ขอรับ ขอรับ คุณชายหลินโปรดดับโทสะ ข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้" จางเฉิงเฟิงโค้งตัวอย่างนอบน้อม ประสานมือยิ้มแย่
"อีกอย่าง จงทำให้ท่านหมออู๋มีบัตรสมาชิกพิเศษ จำใส่ใจไว้ ต้องเป็นแบบที่ไม่ซ้ำใคร หลังจากนี้ท่านหมออู๋มาจับจ่ายที่นี่ บันทึกเข้าบัญชีของข้าทั้งหมด เข้าใจหรือไม่?"
จางเฉิงเฟิงมองอู๋ไป๋ผู้ซอมซ่อ ในใจคนึงหาว่านี่คือเทพเจ้าองค์ใด?
"คุณชายหลินวางใจเถิด ข้าจะไปดำเนินการเดี๋ยวนี้"
หลินฉิงโบกมือ รำคาญเต็มทน "ไปให้พ้น อย่าให้ข้าต้องเห็นหน้าอีก"
จางเฉิงเฟิงกล่าวเสียงกร้าว "พวกเจ้าทั้งหมดตามข้ามา"
หน่วยอารักขาทั้งหลายจ้องมองหัวหน้าหน่วยอารักขาและพนักงานสาวด้วยความเคียดแค้น ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้โง่สองตัวนี้ พวกเขาคงไม่ต้องตกงาน
เมื่อทุกคนจากไปแล้ว หลินฉิงประสานมือด้วยรอยยิ้ม "ท่านหมออู๋ ท่านเห็นว่าข้าจัดการเช่นนี้ยังพอจะได้หรือไม่?"
อู๋ไป๋ใบหน้าเรียบเฉย พยักหน้าให้
"เช่นนั้นโรคร้ายของน้องสาวข้า?"
อู๋ไป๋กล่าวเรียบเรื่อย "นำพู่กันและกระดาษมา"
หลินฉิงตะโกนสั่งพนักงานคนหนึ่ง "ยังยืนบื้ออะไรอีก? รีบนำพู่กันและกระดาษมาเดี๋ยวนี้"
พนักงานสาวรีบนำกระดาษและพู่กันมาส่งให้
อู๋ไป๋รับมา ร่างปากกาฉับๆ เขียนสมุนไพรสิบกว่าชนิดรวดเดียวจบ ส่งให้หลินฉิงพลางกำชับ "จำให้ดี จงเตรียมสมุนไพรทุกชนิดตามนี้ให้ครบ ทุกต้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบปี"
"แน่นอน หากสามารถหาแก่นหยกได้จะยิ่งดี"
หลินฉิงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ "ท่านหมออู๋ แก่นหยกนี่คือสิ่งใดหรือขอรับ?"
"ในหยกโบราณบางชิ้นจะเกิดแก่นหยกขึ้น หรือที่เรียกว่าเยื่อหยกบ้าง ขานนามว่าหัวใจหยกบ้าง"
หลินฉิงรีบพยักหน้า "ท่านหมออู๋วางใจ ข้าจะพยายามตามหาแก่นหยกให้จงได้"
อู๋ไป๋ผงกศีรษะน้อยๆ จากนั้นหันไปทางพนักงานสาว ชี้ไปยังเสื้อผ้าบนชั้นวาง "ตัวนี้ ตัวนี้ แล้วก็พวกนี้... ห่อให้ข้าหมด"
พนักงานสาวรีบดำเนินการตามคำสั่ง
หลินฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม "ท่านหมออู๋ ท่านมีสิ่งใดจะกำชับอีกหรือไม่?"