อู๋ไป๋เงียบคิดครู่หนึ่ง กวาดตามองเสื้อผ้าที่พนักงานสาวห่อเสร็จ พูดกับหลินฉิงว่า “ถือของ”
หลินฉิงชะงักนิดหนึ่ง เขาเป็นถึงคุณชายใหญ่ตระกูลหลิน กลับถูกใช้เหมือนลูกน้อง
ทว่า แม้ใจจะขัดเขินเล็กน้อย แต่ก็รับถุงเสื้อผ้าที่พนักงานสาวยื่นให้
อู๋ไป๋กล่าว “ถังถัง เจ้ายังชอบตัวไหนอีก”
“พ่อเจ้าขา เสื้อผ้าเยอะมากแล้ว ถังถังใส่ไม่หมด”
ถังถังพูดอย่างดีใจ
อู๋ไป๋ว่า “เช่นนั้นก็แล้วไป! อีกสักพักของใหม่มา พ่อจะพาเจ้ามาอีก”
อู๋ไป๋พูดพลางอุ่มถังถังออกจากประตู ขึ้นมาชั้นห้าโซนเสื้อผ้าบุรุษ เลือกเสื้อผ้าและรองเท้าสองสามชุดให้ตนเอง
หลินฉิงเดินตามหลังเยี่ยงลูกน้อง ถือข้าวของพะรุงพะรัง
ออกจากห้างแล้ว หลินฉิงวางของไว้ในรถ ถามอย่างเคารพ “ท่านหมออู๋ ท่านพักที่ไหน ข้าจะไปส่งท่าน”
อู๋ไป๋คิดถึงบ้านเล็กทรุดโทรม สี่ด้านมีแต่กำแพงเปล่า หนักหนารังเกียจยิ่งนัก
“เจ้าช่วยหาที่พักให้ข้าสักแห่ง สะดวกแก่เจ้ายามตามหาข้า”
หลินฉิงรีบผงกศีรษะ เขาก็กังวลว่ายามคับขันจะหาอู๋ไป๋ไม่พบ
“ท่านหมออู๋ ข้ามีคฤหาสน์หนึ่งหลังที่หลินซีจวิ้น ท่านจะไปชมก่อนหรือไม่ หากไม่ถูกใจ ข้าจะหาที่ใหม่ให้ท่าน”
อู๋ไป๋พยักหน้าเล็กน้อย
หลินซีจวิ้นเป็นย่านคนร่ำรวยขึ้นชื่อ พื้นดินแพงปานทองคำ สิ่งแวดล้อมงดงาม ผู้พักอาศัยล้วนร่ำรวยหรือสูงศักดิ์ ก่อนเกิดเรื่องเขาก็พักอยู่ที่หลินซีจวิ้น
หลินฉิงขับรถพาอู๋ไป๋มายังคฤหาสน์สามชั้นหน้าหลินซีจวิ้น ด้านหน้ามีลานเล็ก ดาดฟ้าเป็นสระว่ายน้ำ
หลินฉิงเปิดประตูเชิญอู๋ไป๋เข้าไป
ถังถังเกร็งกอดคออู๋ไป๋แน่น นางไม่เคยเห็นบ้านงดงามเช่นนี้มาก่อน
การตกแต่งประณีตยิ่งนัก พื้นปูพรมหนา ย่างเท้าไร้เสียง โดยรวมใช้สีขาวดำเป็นหลัก เรียบง่ายสงบแต่แฝงความหรูหรา
“ท่านหมออู๋ ท่านเห็นว่าที่นี่พอได้หรือไม่”
อู๋ไป๋พยักหน้าเล็กน้อย กล่าวตามสบาย “พอได้ คาดไม่ถึง รสนิยมเจ้าไม่เลว”
หลินฉิงเกาศีรษะอย่างขัดเขิน
“พอแล้ว เจ้ากลับไปเถิด รวบรวมสิ่งที่ข้าเขียนให้เจ้าให้ครบแล้วค่อยมาหาข้า”
“ท่านหมออู๋ เช่นนั้นข้าขอตัวลา”
หลินฉิงยิ้มขมขื่น เขาเป็นถึงคุณชายใหญ่ตระกูลหลิน ต้องเป็นลูกน้องอยู่ทั้งวัน สุดท้ายไม่ได้แม้น้ำสักจิบก็ถูกไล่ออกมา
หากเขารู้ว่าของที่อู๋ไป๋ให้ไปหา แท้จริงมิใช่เพื่อช่วยน้องสาวของเขา เขาคงคลั่งเป็นแน่
สมุนไพรและแก่นหยกพวกนั้น อู๋ไป๋ต้องการเพื่อตนเอง เขาจำต้องฟื้นฟูพลังบำเพ็ญ
ต่อเมื่อพลังฟื้นคืนแล้ว จึงจะรักษาโรคน้องสาวหลินฉิงได้
อู๋ไป๋วางถังถังลง ลูบศีรษะน้อยๆ ของนาง ถามอย่างอ่อนโยน “ถังถัง ชอบที่นี่หรือไม่”
ถังถังเกร็งกอดขาอู๋ไป๋ไว้ เหมือนกลัวเท้าตนเปื้อนพรม หากนางชอบที่นี่จริงๆ นางผงกศีรษะน้อยๆ
อู๋ไป๋ยิ้ม “เช่นนั้นต่อจากนี้ที่นี่คือบ้านของพวกเรา”
อู๋ไป๋พูดอย่างสบายใจไร้ความผิด ไม่มีความกระดากอายแม้แต่น้อย
โรคน้องสาวหลินฉิงนั้น ยาวิเศษรักษายาก นอกจากเขาแล้ว ในโลกนี้มีไม่กี่คนรักษาได้ ชีวิตหนึ่ง แลกกับคฤหาสน์หนึ่งหลัง ตระกูลหลินกำไรมหาศาล
“พ่อเจ้าขา ต่อจากนี้พวกเราอยู่ที่นี่ได้จริงหรือ”
“แน่นอน! จากนี้ที่นี่คือบ้านของถังถัง ถังถัง ก่อนนี้พ่อผิดต่อเจ้า ต่อไปจะชดเชยให้เจ้าทวีคูณ”
เขาติดค้างถังถังมากมาย ต่อไปเขาจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดในโลกนี้ส่งตรงถึงตรงหน้าถังถัง
ถังถังดีใจจนดวงตายิ้มเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว นี่คือวันที่มีความสุขที่สุดนับแต่เกิดมา มีเสื้อผ้าใหม่ มีบ้านใหญ่ให้อยู่ สำคัญที่สุดคือพ่อเปลี่ยนไป
“ไป พ่อจะพาเจ้าอาบน้ำก่อน แล้วพวกเราเปลี่ยนเสื้อผ้าสวยๆ”
อู๋ไป๋พาถังถังอาบน้ำ แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้นาง
ถังถังผิวขาวมาก ดวงตาโต งดงามดั่งตุ๊กตาไข่ขาว เหมือนตุ๊กตาตัวใหญ่ สืบทอดข้อดีของอู๋ไป๋มาแต่ผู้ดี
“พ่อเจ้าขา ถังถังงามหรือไม่”
“งาม ถังถังงามที่สุดในโลก”
ถังถังดีใจกระโดดไปมาในกระจก หัวเราะจนหุบปากไม่ลง นางได้ใส่เสื้อผ้าใหม่แล้ว
“ถังถัง เจ้าเล่นเอง พ่อก็จะไปอาบน้ำเช่นกัน”
“อือ” ถังถังว่าง่ายผงกศีรษะ
อู๋ไป๋อาบน้ำ เปลี่ยนเป็นสูทลำลอง
อู๋ไป๋รูปงามมาก หน้าผากดั่งกระบี่ ดวงตาดั่งดวงดาว ใบหน้าเด่นชัด สีหน้าแข็งแกร่ง ง่ายที่จะทำให้คนรู้สึกเชื่อถือ แต่งตัวเล็กน้อย จะว่าเป็นบุรุษสูงศักดิ์สง่าผ่าเผยก็มิเกินเลย
ทว่า เมื่อเขาเดินกะเผลก แววตาของเขากลับเย็นเยียบขึ้นมา
“หลี่เจิงหมิง รอให้ข้าไปหาเจ้า”
……
อู๋ไป๋เก็บงำห้วงความคิด มาด้านล่าง เห็นถังถังนั่งห่อตัวอยู่บนโซฟา ดวงตาโตมองจานผลไม้บนโต๊ะน้ำชา อยากหยิบแต่ไม่กล้า ท่าทางทำให้อู๋ไป๋ใจหายแวบ
“ถังถังหิวหรือไม่”
ถังถังผงกศีรษะน้อยๆ อย่างเก้อเขิน
อู๋ไป๋หยิบแอปเปิลมาผล ปอกเปลือกส่งให้ถังถัง “ถังถัง ต่อไปนี่คือบ้านเรา เจ้าอยากกินอะไรก็กินเถิด ไม่ต้องเกร็ง เข้าใจหรือไม่”
ถังถังผงกศีรษะ ยกแอปเปิลขึ้น “พ่อกิน”
อู๋ไป๋กัดหนึ่งคำ ลูบศีรษะน้อยๆ ของนาง “เจ้ากินเถิด พ่อไปดูในครัว หากมีวัตถุดิบ จะทำอาหารดีๆ ให้เจ้ามื้อหนึ่ง”
มาถึงครัว เปิดตู้เย็น พบว่าในนั้นมีครบทุกอย่าง
วันที่ข้างบนก็เป็นวันล่าสุด ดูท่าคฤหาสน์นี้จะมีคนดูแลจัดการโดยเฉพาะ
ยามอยู่ทวีปอู่จี๋ อู๋ไป๋เรียนรู้หลากหลายแขนง มิเพียงพลังบำเพ็ญสูงส่ง วิชาเวทย์เป็นเลิศ ฝีมือครัวก็ไม่เลว
ทวีปอู่จี๋มีสัตว์ร้ายอำมหิตมากมาย เป็นพันธุ์หลงเหลือสมัยโบราณ เนื้อและเลือดของมันสามารถเพิ่มพูนพลังบำเพ็ญ อู๋ไป๋จึงเรียนรู้ฝีมือครัวเฉพาะทาง
พูดแล้ว เขานับว่าเป็นนักกินตัวยง และพิถีพิถันมาก สุดท้ายสัตว์ร้ายอำมหิตทั่วไปยากเข้าตาเขา ต้องเป็นพันธุ์หลงเหลือสมัยโบราณจึงจะกิน
อู๋ไป๋หยิบวัตถุดิบ จัดแจงทำกับข้าวสี่อย่างซุปหนึ่งถ้วย รสชาติสีสันกลิ่นครบถ้วน
“ถังถัง มากินข้าวเถิด”
อู๋ไป๋ยกกับข้าวมาวางบนโต๊ะ
ถังถังวิ่งมา จมูกน้อยๆ สูดดม น้ำลายสอ “หอมจัง นี่ฝีมือพ่อทั้งหมดเลยหรือ”
“แน่นอน!”
อู๋ไป๋อุ่มถังถังวางบนเก้าอี้ ยื่นตะเกียบให้นาง แล้วหยิบตะเกียบอีกคู่คีบกับข้าวให้นาง
ถังถังชิมหนึ่งคำ ดวงตาดั่งอัญมณีเปล่งประกาย “อร่อยมาก พ่อเก่งจริง! ถังถังมีความสุขที่สุด”
“ชอบกินก็กินอีกสักหน่อย ต่อไปพ่อจะทำให้เจ้าทุกวัน”
ยามปกติถังถังกินแต่ข้าวเหลือกับข้าวเก่า บางครั้งอาหารก็ขึ้นราแล้ว นางไม่เคยกินอาหารอร่อยเช่นนี้มาก่อน
“พ่อ เจ้าก็กินเถิด”
อู๋ไป๋ผงกศีรษะ
ไม่นาน ถังถังกินจนท้องน้อยกลมเปี๊ยก
อู๋ไป๋ไม่กล้าให้นางกินต่อ กลัวท้องแตก
ถังถังดีใจจนดวงตายิ้มเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว วันนี้นางมีความสุขเหลือเกิน
กินข้าวเสร็จ ถังถังเริ่มเก็บถ้วยตะเกียบ
อู๋ไป๋มองท่วงท่าชำนาญของนาง ใจอดไม่ได้ที่จะหดหู่ เด็กวัยนี้ คนไหนบ้างไม่ใช่แก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ทว่าถังถังกลับรู้ความจนน่าสงสาร
“ถังถัง พ่อเก็บเอง เจ้าไปดูการ์ตูนในห้องนั่งเล่นเถิด”
ถังถังตาสุกใส เปี่ยมไปด้วยความปรารถนา
เด็กวัยนี้ไม่มีใครไม่ชอบดูการ์ตูน แต่ก่อนหน้านี้โทรทัศน์ในบ้านถูกอู๋ไป๋ขายไปเล่นพนันหมด
“พ่อเจ้าขา ถังถังดูการ์ตูนได้จริงหรือ”
ถังถังถามอย่างระมัดระวัง