ซ่งม่านอายุยังน้อย แต่กลับคิดหลอกล่อให้ลูกพี่ลูกน้องขึ้นเขาไปขาย ความคิดชั่วร้ายเช่นนี้ ตระกูลโจวย่อมไม่กล้ารับเธอเข้าบ้านแน่
“พี่ใหญ่ พรุ่งนี้ผมจะไปถอนหมั้นกับเธอ ของที่ซื้อให้เธอพวกนั้นผมไม่เอาคืนก็ได้ แต่นาฬิกาข้อมือต้องคืนมา”
แต่โจวฉีกลับส่ายหน้าซ้ำ ๆ แล้วถอนหายใจว่า “ของตกไปอยู่ในมือเธอแล้ว นายคงเอาคืนมาไม่ได้หรอก
ถ้าถอนหมั้นได้และทำให้เธอเลิกตามตื๊อนาย นาฬิกาหายไปก็ช่างมันเถอะ
ถ้านายยื้อยุดกับเธอไม่เลิก ยืนกรานจะเอานาฬิกาคืน เธอกลับจะตามตื๊อนายไม่เลิก แถมยังเที่ยวพูดให้คนอื่นมองนายไม่ดี ส่งผลกระทบต่อการหาคู่ของนายในอนาคต
ตอบพี่มาตรง ๆ นะ นายไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกับเธอใช่ไหม”
หน้าโจวอวี่แดงก่ำขึ้นมาทันที “พี่ใหญ่ พวกเรามากที่สุดก็แค่จับมือกันแล้วไปดูหนังด้วยกัน เรื่องอื่นผมไม่ได้ทำเลย บางคนคบกันยังจูบปากกันด้วย แต่ผมไม่เคย”
ได้ยินน้องชายพูดเช่นนี้ โจวฉีก็วางใจลงได้ในที่สุด “อย่างนั้นก็ดี ตระกูลจิ้นแสดงจุดยืนแล้วว่าซ่งม่านไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา นายไปถอนหมั้นกับซ่งม่านตรง ๆ ได้เลย
ส่วนทางพ่อเลี้ยงของเธอ ไม่ต้องไปยุ่ง คาดว่าตอนนี้พวกเขาก็กำลังปวดหัวกันอยู่เหมือนกัน”
“เข้าใจแล้วครับ”
ซ่งม่านเริ่มจากยุยงให้ยายไปก่อเรื่องที่ตระกูลจิ้น จากนั้นก็กล่อมให้โจวอวี่รีบถอนหมั้น แล้วจึงวิ่งไปบ้านพ่อเลี้ยงตามลำพัง
เติ้งจวิ้นเห็นซ่งม่านมาหาอย่างกะทันหัน จึงถามว่า “แม่เธออยู่ไหน”
ซ่งม่านปาดน้ำตา พูดเสียงสะอื้นว่า “ลุงเติ้ง แม่ถูกสถานีตำรวจควบคุมตัวไว้ค่ะ”
“อะไรนะ ทำไมแม่เธอถึงถูกสถานีตำรวจควบคุมตัว”
“พวกน้าสาวกล่าวหาว่าแม่ลักพาตัวลูกพี่ลูกน้องค่ะ เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกแม่ไปสอบปากคำ แล้วก็ให้แม่อยู่ที่นั่น ลุงเติ้ง น้องชายกับน้องสาวยังเล็กมาก ขอร้องลุงไปช่วยแม่ทีนะคะ!”
