เจ้าหน้าที่สืบสวนส่ายหน้า “บุคคลทั่วไปไม่สามารถเก็บตัวอย่างเลือดแล้วส่งไปตรวจที่ต่างประเทศเองได้ ตอนนี้มีหลักฐานหลายอย่างยืนยันแล้วว่าคุณคือลูกของสหายเหลิงเยี่ยนกับจิ้นถิงจวิ้น”
เหลิงเยี่ยนเดินเข้ามาจับมือเหลิงจือเวย “หนูคือลูกสาวของแม่จริง ๆ กลับบ้านกับแม่นะ แม่จะเอารูปตอนสาว ๆ มาให้ดู ตอนนั้นเราสองคนหน้าตาคล้ายกันมาก แค่แม่สูงไม่เท่าหนู”
จิ้นถิงจวิ้นรับคำ “เวยเวย หนูเหมือนแม่ตอนสาว ๆ จริง ๆ ชุดกระโปรงตัวเล็กที่หนูเอากลับมา ตรงอกยังมีดอกไม้สีเหลืองเล็ก ๆ ที่แม่ปักไว้ด้วย
ปีนั้นมีคนในเขตทหารตัดชุดแบบเดียวกัน แม่กลัวว่าชุดของหนูจะถูกขโมย เลยปักดอกไม้สีเหลืองเล็ก ๆ ไว้บนชุดทุกตัวของหนู”
เหลิงจือเวยพยักหน้า “หนูรู้ค่ะ เมื่อก่อนแม่ยังเย็บกระเป๋านักเรียนให้หนูใบหนึ่ง เตรียมส่งหนูไปเข้าเรียนตอนเดือนกันยายน”
พอพูดถึงเรื่องเรียน แววตาของเหลิงเยี่ยนก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า “ใช่แล้ว ถึงตอนนั้นเดือนกันยายนหนูจะยังอายุไม่ครบหกขวบ แม่ก็คิดจะส่งหนูไปเข้าเรียนก่อน กระเป๋าใบนั้นแม่เก็บไว้ที่บ้านมาตลอด
เวยเวย พ่อแม่บุญธรรมดีกับหนูไหม ตอนนี้หนูกำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่หรือเปล่า
พี่ใหญ่กับพี่รองเรียนโรงเรียนนายร้อยทั้งคู่ ตอนนี้พี่ใหญ่เป็นนายทหารระดับกองพัน พี่รองทำงานอยู่สถาบันวิจัยอุตสาหกรรมทหาร ส่วนพี่สามสอบเข้ามหาวิทยาลัยประชาชน ตอนนี้ทำงานอยู่หน่วยงานราชการของเมือง”
เหลิงจือเวยคิดว่าพี่ชายทุกคนในบ้านเก่งกันมาก จึงชูนิ้วโป้ง “พี่ ๆ เก่งมากเลยค่ะ”
เหลิงเยี่ยนเริ่มเป็นกังวล หรือว่าลูกสาวจะเรียนไม่เก่งเหมือนลูกชายคนเล็ก?
“เวยเวย ปีที่สองหลังจากหนูหายไป แม่ก็คลอดลูกอีกคน เป็นผู้ชาย แต่ผลการเรียนของน้องชายหนูแย่มาก จริง ๆ แล้วผลการเรียนไม่ได้บอกทุกอย่างหรอก แม่แค่หวังให้พวกหนูสุขภาพแข็งแรงก็พอ”
