“นั่งก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวอาหารเย็นก็เสร็จแล้ว” หม่าอวี้หลินพาเสิ่นหมิงไปนั่งข้างโต๊ะหิน แล้วยื่นชาร้อนให้ “ฉันให้ป้าของเธอตุ๋นเนื้อแกะไว้ เดี๋ยวกินเยอะ ๆ นะ”
เฉิงเจียเย่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หยิบแฟ้มคดีหนาปึกหนึ่งออกจากกระเป๋าหนังบนโต๊ะ แล้วเลื่อนมาตรงหน้าเสิ่นหมิง “นี่คือข้อมูลทั้งหมดของคดีลักพาตัวที่ภูเขารื่อเยว่กับคดีหมาจ้งจมน้ำตาย ลองอ่านดูก่อน มีข้อสงสัยอะไรค่อยคุยกัน”
เสิ่นหมิงเปิดแฟ้ม สิ่งแรกที่เห็นคือบันทึกสถานที่เกิดเหตุของคดีลักพาตัวที่ภูเขารื่อเยว่
วันที่ 17 เมษายน 2002 ตำรวจพบรถเก๋งของหวังเจี้ยนเย่ห่างจากถนนสาย 214 ช่วงภูเขารื่อเยว่ไปทางด้านนอก 100 เมตร สภาพรถสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้
เมื่อตามรอยล้อเข้าไปค้นหาในพื้นที่รกร้างลึกเข้าไป ก็พบรอยเท้ากับคราบเลือดบริเวณแอ่งต่ำแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเลือดของหวังเจี้ยนเย่ที่หายตัวไป
“ดูตรงนี้ก่อน” หม่าอวี้หลินชี้ไปยังรูปถ่ายรูปหนึ่ง ในภาพมีรอยสีแดงคล้ำอยู่บนเสาไฟ สูงจากโคนเสาราวหนึ่งเมตร “รอยนิ้วมือเปื้อนเลือดนี้พบอยู่บนเสาไฟ ตอนนั้นมีฝนปรอย ๆ ตกลงมา รอยนิ้วมือถูกชะล้างจนพร่าเลือน ลายเส้นขาดหายไปเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นเรานำไปเทียบกับลายนิ้วมือของผู้มีประวัติอาชญากรรมทั่วประเทศแล้ว แต่ก็ไม่ตรงกับใครเลย”
“ตอนนั้นหมาจ้งไปอยู่ที่นั่นทำไมครับ?” เสิ่นหมิงถาม
“เราสืบได้ว่าก่อนเกิดเหตุ หวังเจี้ยนเย่ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง บอกว่าจะออกไปคุยเรื่องซื้อขายรถมือสอง” หลินเจิ้งเสริม “ทีหลังถึงรู้ว่าหวังเจี้ยนเย่รับซื้อรถหรูบางประเภทอยู่ตลอด รถพวกนั้นล้วนมีที่มาไม่ชัดเจน”
