“ฮัลโหลครับ อาจารย์เฉิง”
“เสี่ยวหมิง หายดีหรือยัง”
“เพราะบุญคุณของอาจารย์ อาการผมแทบจะหายดีแล้วครับ”
“ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอาการเธอหายดีแล้ว”
“มีอะไรหรือครับ อาจารย์”
“ถ้ายังไม่หายดี เธอคงไม่มีใจไปเทียบลายนิ้วมือหรอก”
“อาจารย์รู้ได้ยังไงครับว่าผมกำลังเทียบลายนิ้วมืออยู่”
“ผู้อำนวยการจ้าวจากสำนักงานตำรวจมณฑลตะวันตกเฉียงเหนือโทรมาหาฉัน บอกให้ไปช่วยชันสูตรศพ เขาบอกว่าหมอนิติเวชจากตงซานเทียบลายนิ้วมือเปื้อนเลือดในคดีภูเขารื่อเยว่ได้ตรงกัน พอฉันได้ยินก็รู้ทันทีว่าเป็นเธอ”
“เอ๊ะ? เทียบลายนิ้วมือคดีภูเขารื่อเยว่ได้แล้ว ยังต้องชันสูตรอะไรอีกครับ เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นหรือเปล่า” เสิ่นหมิงถามอย่างสงสัย พลางลูบหัวสุนัขหลังกลับถึงบ้าน
“ผู้ต้องสงสัยที่เธอระบุตัวได้จากลายนิ้วมือเสียชีวิตแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน เขาเมาสุราพลัดตกแม่น้ำแถวนั้นไม่มีใครอยู่เลย แถมทางที่เขากลับบ้านก็ไม่ใช่เส้นนั้น ด้วยสถานะของเขาที่พิเศษมาก ผู้อำนวยการจ้าวเลยสงสัยสาเหตุการตาย จึงอยากให้ฉันไปชันสูตร เธอสนใจตามคดีนี้ไหม คดีนี้มีเงื่อนงำอยู่บ้าง”
“ก่อนหน้านี้ผมดูคร่าว ๆ แล้ว คดีซับซ้อนมากไหมครับ”
“ซับซ้อนอยู่เหมือนกัน จะมาตะวันตกเฉียงเหนือดูไหม บ้านตระกูลหม่าอยู่ทางนี้ เมื่อสองวันก่อนหม่าเพิ่งกลับไป”
เสิ่นหมิงถือนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ไปสองวินาที ปลายนิ้วลูบหัวเหม่ยฉิวอย่างเลื่อนลอย
คำว่า ‘เงื่อนงำ’ จากปากอาจารย์เฉิงเกี่ยวเขาไว้ราวกับตะขอ จุดประกายความอยากรู้อยากเห็น คดีที่ทำให้ปรมาจารย์นิติเวชเอ่ยถึงเป็นพิเศษ ย่อมไม่ใช่คดีฆาตกรรมที่จัดฉากให้เหมือนเมาสุราพลัดตกแม่น้ำธรรมดาแน่
