ดวงตาขุ่นมัวคู่นั้นของลุงหม่าตอนนี้กลับเป็นประกายจนน่าตกใจ
เขาจ้องลู่ยวน แผ่นหลังเหยียดตรงราวกับแผ่นเหล็ก ท่าทางแบบนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่มาส่งบะหมี่อายุยืน
ลู่ยวนหาวหวอด หางตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาสองหยด เขามองออกอยู่แล้วว่าทหารปลดประจำการคนนี้กำลังหยั่งเชิง
เอาเถอะ ไหน ๆ ก็กินอิ่มแล้ว นั่งเฉย ๆ ก็ไม่มีอะไรทำ
ลู่ยวนยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
เขาขยับก้นไปข้างหน้าเล็กน้อย เก้าอี้หวายสีลอกตัวนั้นส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะแบกรับน้ำหนักไม่ไหว
กระดานหมากรุกไม้ถูกกางลงบนโต๊ะกลมเล็ก ตัวอักษรบอกเส้นแบ่งเขตระหว่างสองฝ่ายเลือนหายไปนานแล้ว ขอบหมากเต็มไปด้วยรอยบิ่นจนเห็นเนื้อไม้สีแดงคล้ำ
“ลุงหม่าเป็นผู้ใหญ่กว่า เชิญเดินหมากแดงก่อนเลยครับ” ลู่ยวนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
ลุงหม่าไม่ปฏิเสธ นิ้วมือหยาบกร้านหยิบหมากแดงตัวหนึ่งที่สลักคำว่า ‘ปืนใหญ่’ ขึ้นมา
“เพียะ!”
เขาตบหมากลงตรงกลางเส้นหลังอย่างหนักหน่วง เปิดเกมด้วยปืนใหญ่จู่โจม
แรงกระแทกทำให้ฝุ่นบนกระดานปลิวขึ้นมาหลายเม็ด
กระบวนท่าเปิดเกมดุดัน เปิดหน้าเข้าชนไม่อ้อมค้อม ราวกับเสียงแตรบุกเพิ่งดังขึ้น ลุงหม่าก็ถือดาบปลายปืนพุ่งเข้าใส่แนวข้าศึกทันที
ไอสังหารเข้มข้นแผ่ปะทะใบหน้า ลุงหม่าคิดจะใช้แรงกดดันข่มลู่ยวนให้พ่ายแพ้ตั้งแต่ต้น
หากเป็นชาวบ้านทั่วไปนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แค่ได้ยินเสียงตบกระดานดังสนั่น มือก็คงสั่นแล้ว
แต่ลู่ยวนไม่แม้แต่จะขยับคิ้ว
เขายื่นสองนิ้วไปคีบหมากดำตัวเล็กสุดที่ริมกระดาน
ไม่เห็นว่าเขาจะครุ่นคิดอะไร เพียงสะกิดปลายนิ้ว หมากไม้ก็ไถลไปข้างหน้าหนึ่งช่อง
เขาดันมันเดินหน้าไปอย่างไม่ใส่ใจ
“กึก” เสียงเบาแสนเบา
ลุงหม่าหัวเราะหึ มือหยาบกร้านออกแรงเดินหมากต่อเนื่อง
รถแดงบุกทะลวงเข้าไป ม้าคู่ประสานกันรุกตาม ปืนใหญ่คอยยิงสนับสนุน บุกขึ้นมาทั้งแนว
เป็นรูปแบบการบุกของกองทัพอย่างชัดเจน อาศัยแรงกดดันที่พร้อมกลืนกินอีกฝ่ายทั้งเป็น
ลุงหม่าจ้องตาลู่ยวนเขม็ง พยายามมองหาความตื่นตระหนกแม้เพียงน้อยนิดบนใบหน้านั้น
