นั่วนั่วพร่ำย้ำวาจาของท่านปู่ไม่หยุด “นั่วนั่วคือกุญแจ นั่วนั่วคือกุญแจ”
ทางด้านนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าตัดสินใจได้ในที่สุด เหวินเจิงเร่งให้คนจัดโต๊ะธูป จุดธูปวิญญาณทะลวงผนึก พลางเตรียมสำรวจผนึกมังกรสะดุ้งนี้
กลิ่นหอมตลบอบอวล ลอยสู่จมูกของนั่วนั่ว นางเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตากลายเป็นสีทองอร่าม แล้วค่อย ๆ ก้าวสู่โต๊ะธูป
เมื่อเห็นความผิดปกติของนั่วนั่ว ถังหว่านฉิงเอ่ยเรียกเสียงต่ำ “นั่วนั่ว เจ้าจะทำอะไร”
นั่วนั่วเหมือนถูกสิ่งใดสิงสู่ ไร้ปฏิกิริยาต่อเสียงเรียกของถังหว่านฉิง ยังคงเดินตรงสู่โต๊ะธูป
ถังหว่านฉิงผู้วางใจไม่ลง ก้าวเข้าไปหมายดึงนั่วนั่วไว้ ทว่ากลับถูกพลังลึกลับผลักกระเด็นกลับมา
หลินชิงอี้เห็นดังนั้น ก็ก้าวไปดึงนั่วนั่วบ้าง แต่ก็ถูกผลักกลับมาเช่นกัน
ถังหว่านฉิงมองเหวินเจิงอย่างจนปัญญา “ท่านเหวิน นี่มันเรื่องใดกัน”
เหวินเจิงส่ายศีรษะ เขาก็ดูไม่ออกว่าพลังลึกลับนี้มาจากไหน
ยามนี้ นั่วนั่วมาถึงหน้าโต๊ะธูปแล้ว นางชูนิ้ววาดวงกลมกลางอากาศ เลือดหยดหนึ่งก็ซึมออกจากปลายนิ้ว
นั่วนั่วหยดเลือดนั้นลงในกระถางธูป ทันใดนั้น ไอสีดำที่แผ่ปกคลุมท้องฟ้าเหนือเขตสุสานก็หนาทึบขึ้นเรื่อย ๆ ในอากาศเต็มไปด้วยเสียงโหยหวนของผีร้าย ให้รู้สึกราวกับฟ้าจะถล่มทับผู้คน
“ท่านเหวิน นี่มัน…” แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าหลินผู้เจนโลกยังรู้สึกขนลุกขนพอง
“นั่วนั่วเหมือนจะเรียกไอชั่วร้ายที่สะสมอยู่ใต้ดินออกมาหมดแล้ว”
ท่านเหวินหรี่ตาลงฉับพลัน เช่นนี้นั่วนั่วจะใช้ชีวิตคนเป็นแกนกลางค่ายกล
