ถังหว่านฉิงมองเหวินเจิงด้วยความตกตะลึง เพียงเพราะคำพูดของนั่วนั่วเพียงประโยคเดียว จานทองคำที่เป็นของคู่กายของเขาก็ถูกทุบลงไปอย่างไม่ลังเล ช่างบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว
นางดึงนั่วนั่วเข้ามาในอ้อมกอดแน่นขึ้น ในใจกำลังครุ่นคิดว่า หากภายหลังเหวินเจิงจะเอาเรื่อง จะคลี่คลายเรื่องนี้อย่างไรไม่ให้พัวพันมาถึงนั่วนั่ว
เรื่องประหลาดก็บังเกิดขึ้น จานนั้นไม่ได้พวยพุ่งไอสีดำเหมือนกล่องใบนั้น แต่มีวัตถุทรงกลมขนาดเท่าเหรียญทองแดงหล่นออกมา
สิ่งนั้นเป็นสีดำสนิท ท่ามกลางจานสีทองอร่ามแลดูช่างน่าขนลุก
เหวินเจิงเก็บสิ่งนั้นขึ้นมาชำเลืองมอง รูม่านตาก็พลันหดเกร็ง จากนั้น จึงโค้งกายคารวะนั่วนั่วอย่างเคารพนบนอบ เอ่ยถ้อยคำสำนึกบุญคุณอย่างสุดซึ้งว่า "ท่านเซียนน้อย ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้"
ถังหว่านฉิงตกใจจนสะดุ้งโหยง "ท่านเหวิน อย่าได้เลยเจ้าคะ นั่วนั่วยังเป็นเด็ก ไม่อาจรับมารยาทใหญ่หลวงเช่นนี้จากท่านได้"
"ฮูหยินหลินเกรงจะไม่ทราบ หากมิใช่เพราะท่านเซียนน้อยชี้แนะในวันนี้ เหวินผู้นี้คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน" เหวินเจิงยังคงค้อมกายไว้ สีหน้าเปี่ยมด้วยความจริงใจ
นั่วนั่วเหลือบมองถังหว่านฉิงอย่างได้ใจ แววตานั้นราวกับกำลังบอกว่า "ท่านน้า นั่วนั่วบอกแล้วใช่ไหม ขอคำชมหน่อย~"
ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั้น ทำให้ถังหว่านฉิงอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มเล็ก ๆ ของนาง ก่อนจะกล่าวกับเหวินเจิงว่า "นั่วนั่วเป็นเพียงเด็กสามขวบ คงจะเป็นเพราะบังเอิญเดาถูกเท่านั้น ท่านเหวินมิต้องใส่ใจหรอกเจ้าค่ะ ที่ข้าบังอาจมาวันนี้ ประการแรกก็เพื่อเรียนถามท่านเหวินเกี่ยวกับเรื่องกล่องนั้น
อีกประการหนึ่ง ยังอยากเชิญท่านเหวินไปที่จวนสักครั้ง เพื่อตรวจดูว่ายังมีสิ่งชั่วร้ายอื่นใดอีกหรือไม่"
