เซียวจิ่งช่านค่อนข้างตกตะลึง วันนี้ทุกคนต่างไปลานล่าสัตว์กันแต่เช้า เหตุใดนั่วนั่วจึงมาที่นี่ได้
“ท่านพี่สาม เหตุใดจึงร้องไห้” นั่วนั่วกล่าวพลางยกมือน้อยขึ้นเช็ดน้ำตาให้เขา
“ใครร้องไห้ ลมมันแรงเข้าต้าข้าต่างหาก” เซียวจิ่งช่านพูดอย่างดื้อดึง
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง เช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเถิด ได้ยินว่าการล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงสนุกนัก” ดวงตาของนั่วนั่วเป็นประกาย ราวกับกำลังกล่าวถึงเรื่องที่น่าตื่นเต้นยิ่ง
เซียวจิ่งช่านแค่นเสียงเหยียดหยาม ช่างไม่เคยเห็นโลกกว้างเสียจริง การล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงเป็นเวทีของเขา เขาจะไม่รู้หรือว่าเป็นเช่นไร
“ข้าไม่ไปแล้ว ไม่มีความหมายอะไร” เซียวจิ่งช่านทำทีสูงส่ง
“ท่านพี่สามมิใช่โปรดการล่าสัตว์ที่สุดหรือ” นั่วนั่วเอียงศีรษะน้อย จู่ ๆ ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้ารู้แล้ว ท่านพี่สามบาดเจ็บที่ขายังไม่หายดี ทรงม้าไม่ได้ ท่านจึงไม่สบายใจ”
เซียวจิ่งช่านกลอกตาจนแทบไปถึงฟ้า เด็กน้อย เจ้านี่ฉลาดนัก
“ไม่เป็นไรดอก กวางน้อยบอกว่า คราวก่อนที่ล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วง ท่านพี่สามเห็นว่ามันยังเล็ก จึงปล่อยแม่ของมันไป
นั่วนั่วรู้สึกว่าท่านมิได้น่ารังเกียจเหมือนก่อนแล้ว หวังให้ท่านหายดีเร็ว ๆ” นั่วนั่วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง มือน้อยวางลงบนขาที่บาดเจ็บของเซียวจิ่งช่าน
เซียวจิ่งช่านหน้าดำไปหมด เด็กน้อยคนนี้ กล้าดียังไงมาว่าเขาน่ารังเกียจ
เมินเฉยต่อสีหน้าดำทะมึนของเซียวจิ่งช่าน นั่วนั่วตบขาของเซียวจิ่งช่านเบา ๆ พร้อมกล่าวว่า “ท่านต้องหายดีเร็วนะ นั่วนั่วอยากให้ท่านพี่สามเล่นกับพวกเรา”
