“โอ๊ย เวียนหัวจัง” นั่วนั่ววิ่งเร็วเกินไป คราวนี้ชนเอาไม่เบาทีเดียว
“ท่านเจ็บหรือไม่” เด็กน้อยลูบศีรษะ แต่กลับเป็นห่วงคนที่อยู่ตรงข้าม
คนผู้นั้นหัวเราะอย่างอดไม่ได้ “เจ้าวิ่งชนโครมครามเช่นนี้ หากข้าพังเพราะเจ้า เจ้าต้องชดใช้ด้วยนะ”
“ขออภัย จะชดใช้อย่างไรหรือ” นั่วนั่วค่อนข้างเก้อเขิน ในหัวเริ่มคิดคำนวณแล้วว่าจะชดใช้ให้คนขี้งกนี้อย่างไร
“นั่วนั่ว เจ้าไม่เป็นไรนะ” เด็กๆ กรูกันเข้ามาราวกับฝูงผึ้ง ดึงนั่วนั่วถามนั่นถามนี่
“ไม่เป็นไร เพียงแต่คนนี้ถูกชนพังไปแล้ว ต้องชดใช้” นั่วนั่วรู้สึกผิดอยู่บ้าง หากตนช้ากว่านี้สักหน่อยก็ไม่ต้องชดใช้แล้ว
ไท่จื่อหัวเราะอย่างขบขัน “ไท่หวงซยงแค่หยอกเจ้าเล่นเท่านั้น”
“ไม่ต้องชดใช้แล้วหรือ ช่างดีเหลือเกิน” นั่วนั่วถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก “มิเช่นนั้นนั่วนั่วก็ไม่รู้ว่าจะเอาพี่ชายคนไหนไปชดใช้ให้เขา”
พี่ชายทั้งหลายแข็งทื่อไปในบัดดล เกือบไปแล้ว เกือบถูกนั่วนั่วเอาไปใช้หนี้
องค์ชายหกมีสีหน้าจนใจเต็มทน “นั่วนั่วเอ๋ย เจ้าคิดจะเอาพี่ชายไปใช้หนี้ได้อย่างไรกัน”
“ชนคนงามเช่นนี้พังแล้ว มิควรชดใช้ด้วยคนงามหรอกหรือ” นั่วนั่วรู้สึกว่าความคิดของตนไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย
“ฮ่าๆๆ ข้าว่าเจ้าก็งามไม่เบา เช่นนั้นมอบตัวเจ้าให้ข้าเป็นค่าชดใช้เถิด” โอรสองค์ใหญ่เซียวจิ่งซิวพูดสานต่อตามที่นั่วนั่วเอ่ยไว้ ใบหน้าเคร่งขรึม
“ไม่ได้ๆ ข้ากินจุ แถมยังชอบก่อกวน” นั่วนั่วเริ่มตื่นตระหนก “อีกอย่างนั่วนั่วเพิ่งพบท่านแม่ ท่านยาย และพี่ชาย จะทำให้ตัวเองพลัดหลงไปอีกไม่ได้แล้ว ท่านเลือกหนึ่งในสามคนนี้เถิด”
