ทุกผู้คนล้วนไม่ใคร่เข้าใจสิ่งที่หมอหลวงเซียวกล่าว หมอหลวงเซียวจึงอธิบายว่า ตามตำนานเล่าขาน ไข่มุกในเปลือกหอยสีเงินที่มีลวดลายดาวจระเข้เจ็ดดวงนี้ เป็นไข่มุกที่นางเงือกฟูมฟัก เรียกว่า ไข่มุกในฝันของนางเงือก
ในตำราระบุว่า ไข่มุกเม็ดนี้ขนาดเท่าไข่นกพิราบ ยามกลางวันมีสีขาวนวลดังแสงจันทร์ ยามค่ำคืนเปล่งแสงเขียวหยก ภายในมีเงาคล้ายเมฆหมอกลอยวน จับครั้งแรกเย็นวาบ ครู่เดียวก็อุ่นเท่าอุณหภูมิกาย วางลงบนตำแหน่งที่ปวดดังธารน้ำใสราดรดขมับ ใช้รักษาอาการปวดศีรษะเรื้อรังได้โดยเฉพาะ
ฮ่องเต้ทรงปีติยิ่งนัก “เมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดยังไม่รีบงัดหอยนำไข่มุกออกมาเล่า”
นั่วนั่วจึงกระจ่างว่าในเปลือกหอยนี้อาจมีไข่มุกเม็ดใหญ่ สามารถรักษาอาการปวดพระเศียรของท่านยายเสด็จแม่ได้
แต่การจะนำไข่มุกออกมา ต้องงัดเปลือกหอยทั้งเป็น เปลือกหอยคงไม่มีชีวิตรอดเป็นแน่
นั่วนั่วอดกลัดกลุ้มไม่ได้ นางอยากช่วยท่านยายเสด็จแม่ แต่ก็ไม่อยากให้เปลือกหอยตาย
เมื่อเห็นนางในนำลวดเหล็กแหลมเดินตรงไปยังเปลือกหอยนั้น นั่วนั่วก็ร้องเสียงดัง “อย่า”
รู้ว่าเหนียงเหนียงรักสัตว์ทุกชนิด ฮูหยินผู้เฒ่าหลินจึงปลอบ “เหนียงเหนียง ไข่มุกข้างในช่วยให้พระเศียรเสด็จแม่ไม่ปวดอีก เหนียงเหนียงก็มาเพื่อรักษาเสด็จแม่มิใช่หรือ”
“แต่ว่าเปลือกหอยนั่นจะตาย” นั่วนั่วเบะปาก นางลำบากใจเหลือเกิน
ฮ่องเต้ก็ทรงปลอบ “นั่วนั่ว ฝ่าบาทจะให้คนเก็บไข่มุกเบามือที่สุด ให้เปลือกหอยนั่นไม่ตายดีหรือไม่”
“รอข้าสักครู่ ข้าขอให้เปลือกหอยเปิดเอง เช่นนั้นนางก็จะไม่บาดเจ็บ”
นั่วนั่วกล่าวพลางเข้าไปกอดเปลือกหอยนั้น “เปลือกหอยเอ๋ยเปลือกหอย นั่วนั่วต้องการไข่มุกในตัวเจ้าไปช่วยคน เจ้าเปิดเองได้ไหม ให้พวกเรานำไข่มุกออกมา”
