จงเซี่ยนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนที่นั่ง
เซี่ยฮว๋ายอวี้สะดุ้งตกใจ ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจี้หมิงอี้จะอยู่ในรถม้าด้วย เขานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเรียกด้วยเสียงแหบพร่า “หมิงอี้ เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร...”
จี้หมิงอี้ก้าวลงจากรถม้าด้วยความขุ่นเคือง ตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเซี่ยฮว๋ายอวี้ นางยกมือดึงปิ่นผีเสื้อที่เขามอบให้จากมวยผม แล้วขว้างลงข้างเท้าเขาอย่างแรง
ปิ่นกระทบพื้นเกิดเสียงใสกังวาน ปีกผีเสื้ออันงดงามหักลงทันที
“คำมั่นหมายระหว่างเราถือเป็นโมฆะ! ปิ่นอันนี้เจ้าเก็บไว้ให้ภรรยาเอกแซ่หลี่ของเจ้าเถิด ข้ารับไว้ไม่ได้!”
พูดจบ นางก็หมุนกายเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางยกมือปาดน้ำตาที่ไหลรินจากหางตาอย่างว่องไว ไม่ให้ผู้ใดมองออก
เซี่ยฮว๋ายอวี้ได้สติ กำลังจะตามไปอธิบาย แต่เพิ่งวิ่งออกไปได้สองก้าวก็ชะงักกึก พลันหันกลับมาก้มลงเก็บปิ่นผีเสื้อบนพื้น
ครั้นจึงเห็นว่าตัวปิ่นมีรอยร้าว ทั้งยังแตกออกไปชิ้นเล็ก ๆ ความเจ็บปวดรวดร้าวพลันแล่นปราดขึ้นในอก
ปิ่นอันนี้มิใช่ของล้ำค่า ทว่าเป็นของที่มารดาผู้ล่วงลับของเขาทิ้งไว้ เดิมทีตั้งใจมอบให้ภรรยาผู้จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาไปชั่วชีวิต
เซี่ยฮว๋ายอวี้รวบรวมเศษที่แตกหักอย่างระมัดระวัง เก็บใส่แขนเสื้ออย่างประณีต จากนั้นจึงรีบก้าวตามจี้หมิงอี้ไป
ทว่าราตรีมืดมิด ผู้คนในตรอกถนนมีอยู่ประปราย สุดท้ายเขาก็ช้าไปก้าวหนึ่ง เงาร่างบอบบางเมื่อครู่เลือนหายเข้าไปในความมืด ไม่เหลือร่องรอยให้เห็น
...
ในดวงตาของหมิงอี้ไม่มีความงามของงานโคมเหลืออยู่แล้ว ระหว่างทางกลับ นางพบกับน้องชายของสาวใช้
เยว่กุ้ยเห็นนางมาคนเดียว กำลังจะเอ่ยถามว่าคุณชายผู้น้อยเหตุใดจึงไม่ได้กลับมาด้วยกัน ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาทั้งคู่ของนางแดงก่ำ
