หมิงอี้คิดว่าคงเป็นเรื่องบังเอิญ อย่างไรเสียละแวกนี้ก็มีความบันเทิงอยู่ไม่กี่อย่าง อีกฝ่ายอาจมาเพื่อชมการเล่นดอกเหล็กก็เป็นได้
หมิงอี้เก็บความกระวนกระวายใจไว้ แล้วเกิดความคิดอยากถอยห่างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว นางถือโคมกระต่ายหยกไว้ พลันหันหลังหมายจะจากที่นี่ไป
ทว่าผู้คนรอบข้างมีมากเหลือเกิน หมิงอี้เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกคนชนเข้าที่ไหล่ โคมกระต่ายหยกในมือหลุดร่วงลงพื้น
หมิงอี้รีบก้มลงเก็บ แต่กลับมีคนเหยียบย่ำจนแตกกระจาย เห็นได้ชัดว่าจงใจ!
นางเงยหน้าขึ้นอย่างตกตะลึง สบเข้ากับชายสวมหน้ากาก ดวงตาหงส์ดำสนิทลึกล้ำหลังหน้ากากคู่นั้นทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยอย่างยิ่ง
แต่เวลานี้หมิงอี้กำลังโกรธจัด เพราะอีกฝ่ายเหยียบโคมที่คนในดวงใจมอบให้นางจนพัง จึงไม่มีแก่ใจจะคิดให้ถี่ถ้วน
นางยืดตัวขึ้น เท้าเอวแล้วกล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “เจ้าเป็นอะไรไป เหยียบโคมของคนอื่นเสียพัง!”
ท่าทางดุดันเช่นนี้ กลับดูมีชีวิตชีวากว่าตอนจงใจแสร้งทำตัวว่าง่ายเสียอีก
จงเซี่ยนเลิกคิ้วขึ้น “ก็แค่โคมกระดาษพัง ๆ ดวงหนึ่ง ข้าชดใช้ให้เจ้าก็แล้วกัน”
ท่าทีวางอำนาจเหนือผู้อื่นเช่นนี้ ทำให้หมิงอี้อดนึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมาไม่ได้
นางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา จึงกำลังจะปล่อยเรื่องนี้ไป
อีกฝ่ายกลับหยิบก้อนเงินทองออกมาวางไว้บนฝ่ามือ “นี่เป็นค่าเสียหาย พอหรือไม่?”
หมิงอี้กัดริมฝีปาก แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว รีบคว้าก้อนเงินทองมาอย่างรวดเร็ว “อย่างนี้ค่อยสมกับเป็นค่าเสียหายหน่อย!”
พูดจบ นางก็เก็บก้อนเงินทองแล้วหมุนตัวเดินจากไป
เดินไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อครู่นางเห็นฉางสุย ฉางสุยยืนอยู่ด้านหลังชายผู้นั้น ดังนั้นชายคนนั้นก็คือจงเซี่ยน!
