หมิงอี้หวังเพียงให้จงเซี่ยนนึกขึ้นได้ แล้วคืนผ้าเช็ดหน้าให้นางด้วยตนเอง
“เหตุใดจึงไม่กินต่อ อาหารไม่ถูกปากหรือ” ฮูหยินใหญ่หลิวเห็นหมิงอี้ไม่ยอมขยับตะเกียบเสียที จึงถามด้วยความห่วงใย
ฮูหยินอวี่ที่กำลังสนทนากับฮูหยินใหญ่จงเหลือบมองจี้หมิงอี้ แววตาเจือความดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังมองสิ่งใดที่ต่ำต้อยไม่สมควรขึ้นโต๊ะ
หมิงอี้รีบเก็บสีหน้า แล้วเอ่ยเสียงอ่อนว่าอิ่มแล้ว ฮูหยินใหญ่หลิวจึงให้สาวใช้ยกขนมรสสดชื่นช่วยแก้เลี่ยนมาให้นาง
หลายวันมานี้ที่ได้อยู่ด้วยกัน ฮูหยินใหญ่หลิวรู้ว่านางชอบกินขนมหลากหลายชนิด
หลังอาหารเย็น จงอิ๋งอยู่ที่จวนจงต่ออีกพักใหญ่ จึงค่อยขึ้นรถม้าจากไปพร้อมสามี
ปกติยามนี้หมิงอี้กลับไปนานแล้ว ทว่าคืนนี้นางกลับยืนอยู่ใต้ระเบียง ไม่ยอมจากไปเสียที
นางรั้งสาวใช้คนหนึ่งไว้ก่อน แล้วถามอีกฝ่ายอย่างสุภาพว่าจงเซี่ยนจะกลับมาเมื่อใด
สาวใช้ไหนเลยจะรู้ จึงส่ายหน้า หมิงอี้ก็ปล่อยนางไป
หมิงอี้ไม่รู้เลยว่า ท่าทีที่ยืนชะเง้อรอคอยของตนนั้นตกอยู่ในสายตาผู้อื่นทั้งหมด
ผู้ที่มองอยู่คือฮวาเหยียน สาวใช้คนสนิทข้างกายฮูหยินใหญ่จง นางหรี่ตามองแผ่นหลังของหมิงอี้อยู่นาน ไม่รู้กำลังคิดสิ่งใด
หมิงอี้รออยู่นานก็ยังไม่เห็นจงเซี่ยนกลับมา ทั้งไม่เห็นผู้ติดตามของเขามาตามหา จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาอาจทำผ้าเช็ดหน้าของนางตกไว้แถวนี้หรือไม่
หากหาผ้าเช็ดหน้ากลับมาไม่ได้ คืนนี้นางคงนอนไม่หลับ จึงก้มหน้าค้นหาบนพื้น
“คุณหนูกำลังหาอะไรอยู่หรือเจ้าคะ” เยว่กุ้ยถาม
“ผ้าเช็ดหน้าของข้า” หมิงอี้ก้มหน้าหาไปพลาง เอ่ยเสียงเบาไปพลาง “ผ้าเช็ดหน้าของข้าถูกท่านอารองหยิบไปโดยไม่ตั้งใจ ข้าจะดูว่าท่านทิ้งไว้แถวนี้หรือไม่ เจ้าช่วยหาด้วยกันหน่อย”
เยว่กุ้ยได้ยินดังนั้น ความทรงจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
