ผู้ที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาในยามนี้ ก็คือจี้หมิงอี้ผู้ตกน้ำ
จี้หมิงอี้กลัวว่าจะตกอยู่ในเงื้อมมือของหลูจางหมิงหรือบ่าวรับใช้ข้างกายเขา จึงหลบไปยังมุมอับสายตาตั้งแต่แรก แต่เพราะหมดเรี่ยวแรงอยู่ใต้น้ำ แม้แต่แรงจะร้องเรียกคนก็ยังไม่มี
จากนั้นจงเซี่ยนก็มา เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงก็จะอุ้มนางขึ้น นางพยายามผลักไสสุดกำลังแต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงถูกเขาอุ้มไว้ในอ้อมแขน
เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของคนรอบข้างล้วนจับจ้องมายังพวกเขา หมิงอี้จึงหลับตาลงแสร้งหมดสติไปเสีย เยว่กุ้ยคิดว่านางหมดสติจริง จึงร้อนใจจนร้องไห้ไม่หยุด
ฟ่านซือหยวนพยายามมองใบหน้าของสตรีผู้นั้นให้ชัดอยู่ข้าง ๆ ว่านางมีรูปโฉมงดงามราวเทพธิดาเพียงใด จงเซี่ยนถึงได้ใส่ใจนางเช่นนี้
ทว่าจงเซี่ยนใช้แขนเสื้อกว้างบดบังใบหน้าของหญิงสาวไว้ นอกจากจะเห็นลำคอขาวผ่องวับ ๆ แล้ว เขาก็ไม่เห็นสิ่งใดอีก
จงเซี่ยนเหลือบมองฟ่านซือหยวนด้วยสายตาเย็นชา ฟ่านซือหยวนจึงยอมถอนสายตากลับมา แล้วลูบจมูกแก้เก้อ
เขาก็แค่อยากรู้อยากเห็น มองสักแวบแล้วเนื้อจะหายไปสักชิ้นหรือไร ไยต้องหวงแหนถึงเพียงนี้ เจ้าคนขี้เหนียว
ขณะที่จงเซี่ยนกำลังจะพาหมิงอี้จากไป สาวใช้ก็ประคองฮูหยินใหญ่จงมาถึงจากเบื้องหน้า
เบื้องหลังนางยังมีแขกเหรื่อกลุ่มหนึ่งตามมาดูเรื่องครึกครื้นด้วย
คุณหนูทั้งหลายส่วนใหญ่เพิ่งได้เห็นจงเซี่ยนใกล้ ๆ เป็นครั้งแรก ต่างรู้สึกว่าท่านรองอัครมหาเสนาบดีผู้นี้สมดังคำเล่าลือ ทั้งสง่างามผึ่งผายและรูปงามจนไม่กล้าจ้องมองตรง ๆ
แต่พอเห็นว่าเขาอุ้มสตรีคนหนึ่งอยู่ในอ้อมแขน เพลิงริษยาก็ยากจะข่มกลั้น ลุกโชนขึ้นมาจากแววตา
ใคร ๆ ก็พูดว่าท่านรองอัครมหาเสนาบดีไม่ข้องแวะกับสตรี แล้วเหตุใดจึงอุ้มหญิงคนหนึ่งอย่างอ่อนโยนเช่นนั้น
นางคงจงใจพลัดตกน้ำ เพื่อให้ท่านรองอัครมหาเสนาบดีสงสารนางกระมัง!
สายตาของฮูหยินใหญ่จงจับอยู่ที่มือข้างหนึ่งของเขาซึ่งประคองจี้หมิงอี้ไว้ แต่เพียงชั่วพริบตาก็เลื่อนออกไป ก่อนเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่า “เด็กคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
